น่ากลัว! ไวรัสฮันตา ถึงรักษาหายเเล้วแต่เชื้อยังอยู่รอดในอสุจิได้

ซึมเข้าของเหลวในร่างกาย! สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ไวรัสฮันตา ถึงรักษาหายเเล้วแต่เชื้อยังอยู่รอดในอสุจิได้เเละแพร่ผ่านเพศสัมพันธ์ได้

อึ้งหนักกว่าอีก ไวรัสฮันตา อยู่รอดได้ทั่วร่างกายเลยเหรอ?   

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้  มีข่าวการระบาดของเชื้อไวรัสฮันตาบนเรือสำราญที่กำลังเเล่นอยู่ในมหาสมุทรเเอตเเลนติก ทำให้ผู้โดยสารบนเรือติดเชื้ออย่างน้อย 10 คนและเสียชีวิต 3 คน  เรื่องนี้กลายเป็นกระเเสไม่น้อยเนื่องจากว่าหลายประเทศกลัวการระบาดในพื้นที่ต่างๆเพิ่มมากขึ้นรวมถึง ประเทศไทยของเราเองก็ต้องเฝ้าระวังอย่างมาก  

ซึ่ง ไวรัสฮันตา  เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่ม Orthohantavirus วงศ์ Hantaviridae ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonotic disease) โดยมีสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ โดยทั่วไปไวรัสชนิดนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่พบได้น้อย เช่น Andes virus ซึ่งมีรายงานการแพร่เชื้อระหว่างคนได้ในบางกรณี ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักได้รับเชื้อจากการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่มีเชื้อ ปัจจุบันมีการค้นพบไวรัสในกลุ่มนี้มากกว่า 20 ชนิด โดยในทวีปอเมริกาเหนือ เชื้อ Sin Nombre virus เป็นสาเหตุสำคัญของโรค Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ส่วนในทวีปอเมริกาใต้ เชื้อ Andes virus เป็นสาเหตุหลักของโรคปอดรุนแรงจากไวรัสฮันตา 

เเต่เเล้วไม่จบเท่านั้นค่ะ เพราะไวรัสฮันตา ยังสามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นานหลายปี เเล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?  

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พ.ค.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ไวรัสฮันตาสามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นานหลายปี แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะแพร่เชื้อได้ 

ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) มีการศึกษาหลายเรื่องเกี่ยวกับไวรัสฮันตาชนิดแอนดีส ซึ่งเริ่มแพร่ระบาดในหมู่ผู้โดยสารและลูกเรือบนเรือ MV Hondius ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าหน่วยโรคอุบัติใหม่และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนของ WHO เผยว่า หนึ่งในการวิจัยเหล่านั้นคือความพยายามที่จะชี้แจงว่าผู้ติดเชื้อไวรัสยังคงแพร่เชื้อได้นานขนาดไหน เเละกำลังจัดตั้งการศึกษาประวัติธรรมชาติที่จะตรวจสอบวงจรชีวิตของไวรัสในมนุษย์  เนื่องจากยังไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับไวรัสฮันตาในตอนนี้  

การพิสูจน์ก็คือ RNA ของไวรัสสามารถตรวจพบได้ในของเหลวในร่างกายมนุษย์เป็นเวลานานหลังจากความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นหมดไปแล้ว อย่างน้อยก็มีกรณีศึกษาหนึ่งที่บ่งชี้ว่า RNA ของไวรัสสามารถคงอยู่ในของเหลวในร่างกายมนุษย์ได้นานหลายปีหลังจากการติดเชื้อ อย่างเช่นการยกตัวอย่างกรณี ชายวัย 55 ปีที่เดินทางจากเอกวาดอร์ไปยังชิลี เริ่มแสดงอาการของไวรัสฮันตาหลังจากเขากลับบ้าน เขาตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสฮันตาชนิดแอนดีส ในการตรวจติดตามผลที่ดำเนินการหกปีหลังจากการติดเชื้อ พบร่องรอยของ RNA ของไวรัสในน้ำอสุจิของชายคนนั้น 

หัวหน้าฝ่ายเชื้อโรคพิเศษของสำนักงานสาธารณสุขแห่งแคนาดา เผยว่า การตรวจพบ RNA ของไวรัสในของเหลวในร่างกายหลังการติดเชื้อ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสัญญาณของอันตรายเสมอไป เพราะการตรวจพบ RNA ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังแพร่เชื้ออยู่ เนื่องจากว่าไวรัสอาจอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายที่ฆ่ามันไปแล้ว แต่เราก็ยังสามารถตรวจพบสารพันธุกรรมได้อยู่ 

การตรวจพบไวรัสในน้ำอสุจิบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ไวรัสอาจแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ยากที่จะสรุปได้อย่างแน่ชัด จากการระบาดของไวรัสฮันตาชนิดแอนดีสในอดีต เชื่อกันว่าไวรัสฮันตาต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานานจึงจะแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ เช่น การอาศัยอยู่ใกล้กันหรือการมีเพศสัมพันธ์ เเต่ในบางกรณี ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่แพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดว่า ไวรัสฮันตาแอนดีสอาจแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านละอองน้ำลายและของเหลวในช่องปากอื่นๆ ที่มีปริมาณไวรัสสูง 

เเต่อย่างไรก็ตามนักภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก เผยว่า ไวรัสหลายชนิดสามารถคงอยู่ในน้ำอสุจิได้นานหลายปี และความสามารถในการแพร่เชื้อของเชื้อโรคอาจแตกต่างกันไปในแต่ละไวรัส เเต่ก็มีบางบริเวณในร่างกาย เช่น น้ำอสุจิหรือดวงตา ที่เรียกว่าบริเวณที่มีภูมิคุ้มกันพิเศษ บางครั้งการกำจัดเชื้อโรคจากบริเวณเหล่านั้นอาจไม่มาก แต่เราไม่รู้ว่ามันยังแพร่เชื้อได้หรือเป็นเพียงแค่ RNA เท่านั้น 

องค์การอนามัยโลกยืนยันว่าไม่มีอันตรายต่อสาธารณชนจากการระบาดของฮันตาไวรัส และคนที่แสดงอาการหรือผู้ที่อยู่บนเรือสำราญหรือติดต่อกับผู้โดยสารบนเรือนั้น อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและได้รับการตรวจหาเชื้อเป็นประจำ ในกรณีของผู้โดยสารบนเรือสำราญ หลายคนจะไม่ออกจากสถานที่กักกันจนกว่าจะผ่านไปอย่างน้อย 42 วันหลังจากสัมผัสกับไวรัสครั้งสุดท้าย โอกาสที่พวกเขาจะแพร่เชื้อได้หลังจากนั้นแทบจะเป็นศูนย์  

อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปค่ะ  

ที่มา: https://www.scientificamerican.com/article/hantavirus-can-persist-in-semen-for-years-but-that-doesnt-mean-it-remains-contagious/