ทรัมป์ ขู่ปราบกบฎ ส่งทหารบุกฐานเสียง “เดโมแครต”
บวรวัฒน์ อีจัน
7 ตุลาคม 2568

นับตั้งแต่ (1 ต.ค. 68) เกิดการชัตดาวน์ต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายหลังมติร่างมาตรการจัดสรรงบประมาณเงินทุนรัฐบาล เนื่องด้วยข้อเสนอของพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ถึง 60 เสียงตามกำหนด (ได้รับเสียงเพียง 53 เสียง)

(6 ต.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขู่จะใช้พลังอำนาจฉุกเฉินปราบปรามกบฏ เพื่อส่งกองกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าไปในเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครต ขณะที่ความพยายามระดมกำลังทหาร ยังคงเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมาย
ด้าน พรรครีพับลิกัน พิจารณาใช้พระราชบัญญัติการก่อกบฏอย่างเปิดเผย หลังจากที่ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางในรัฐโอเรกอนสั่งระงับการส่งกำลังของกองกำลังป้องกันชาติในพอร์ตแลนด์เป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้พิพากษาในอิลลินอยส์ อนุญาตให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้ในชิคาโกได้
ทั้ง 2 เมืองชี้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเนรเทศหมู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการประท้วงนอกศูนย์ประมวลผลการตรวจคนเข้าเมือง
“เรามีพระราชบัญญัติต่อต้านการจลาจลด้วยเหตุผล ถ้าผมต้องประกาศใช้ ผมก็จะทำ” ทรัมป์ กล่าวกลางทำเนียบขาว
“หากมีคนถูกฆ่าและศาลกำลังควบคุมตัวเราหรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีกำลังควบคุมตัวเรา แน่นอนว่าฉันจะทำอย่างนั้น”

การดีเบตครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากทราบว่ารัฐเท็กซัส ซึ่งนำโดย พรรครีพับลิกัน กำลังวางแผนที่จะส่งกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติจำนวน 200 นายไปที่รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ เจ.บี. พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครตเป็นอย่างมาก
“พวกเขาควรอยู่ห่างจากอิลลินอยส์” พริตซ์เกอร์ กล่าว
นอกจากนี้ พริตซ์เกอร์ ยังกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ที่เข้าตรวจค้นในชิคาโกว่า “มีพฤติกรรมอันธพาล” ใช้ “กำลังเกินกว่าเหตุ” และควบคุมตัวพลเมืองสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย
ขอบคุณข้อมูล : The Mountain Press