“ฮุน มาเนต” ส่งหมายวอน ปธ.อาเซียน-ผู้นำโลก หลังชายแดนระอุ
พอลลี่ อีจัน
18 กันยายน 2568

เอาแล้ว! จะเล่นทีเผลออะไร?
จากกรณีก่อนหน้านี้ไม่นานสถานการณ์บริเวณชายแดนมีความตึงเครียดอีกครั้งเมื่อชาวบ้านกัมพูชาลุกล้ำเข้ามาตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และสร้างสถานการณ์จนเกิดเหตุความวุ่นวาย จนบาดเจ็บเพราะการต่อสู้กัน ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศทั้งสองและภูมิภาคโดยรวม

ล่าสุดวันนี้(18 ก.ย.68) เว็บไซต์ต่างประเทศของกัมพูชา อย่าง khmertime ได้ออกมารายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เขียนหนังสือถึงประธานอาเซียนและผู้นำโลก อย่าง อันวาร์ อับราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน, นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน, นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ , นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ และ น.ส.อันนาเลนา แบร์บ็อค ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 80เพื่อแจ้งให้ทราบถึงแผนการของกองทัพไทยที่จะยึดดินแดนเพิ่มอีก 17 แห่งในประเทศกัมพูชา ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่จังหวัดโพธิสัตว์ไปจนถึงเกาะกงทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชาไปจนถึงจังหวัดเกาะกง

โดยให้เหตุผลว่า กองกำลังไทยได้ขยายพื้นที่ขัดแย้งโดยการสร้างลวดหนามและเครื่องกีดขวาง ออกคำขาดและบังคับขับไล่พลเรือนชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านโจกเจยและ เปรยจัน ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ห่างจากพื้นที่ขัดแย้งไปหลายร้อยกิโลเมตร ครอบครัวจำนวน 25 ครอบครัวถูกปิดกั้นจากบ้านเรือนและไร่นา และโฆษกกองทัพไทยได้ขู่ว่าจะขับไล่ประชาชนออกไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อครัวเรือนหลายร้อยครัวเรือน
การสื่อสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงความสนใจของผู้นำโลกเหล่านี้ให้ตระหนักถึงสถานการณ์ล่าสุดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศทั้งสองและภูมิภาคโดยรวม โดยในจดหมายของ สมเด็จฯ ฮุน มาเนต ได้แจ้งให้ผู้นำโลกเหล่านี้ทราบถึงห่วงโซ่เหตุการณ์ที่นำไปสู่การขยายขอบเขตและขนาดของพื้นที่ขัดแย้งออกไปนอกเหนือพื้นที่เดิมในจังหวัดพระวิหารและจังหวัดอุดรมีชัย และจำเป็นต้องเรียกร้องให้เคารพเงื่อนไขและข้อตกลงหยุดยิงที่ได้บรรลุในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (RBC) เมื่อเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ ผู้นำกัมพูชายังได้บอกต่อว่า การกระทำฝ่ายเดียวของไทยถือเป็นความพยายามในการกำหนดเขตแดนฝ่ายเดียวโดยใช้กำลังทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดโดยตรงต่อบันทึกความเข้าใจ อำนาจของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (JBC) และพันธกรณีที่ระบุไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (GBC) และคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ซึ่งจากการสรุปแล้ว ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่ดำเนินการยั่วยุที่อาจยกระดับความตึงเครียดหรือขยายขอบเขตและขนาดของข้อพิพาท
ต้องรอติดตามต่อนะคะ สถานการณ์ตอนนี้เองก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดีต่อให้จะห่างหายจากการปะทะไปช่วงหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ชาวบ้านกัมพูชาหลายกลุ่มก็ยังสร้างความไม่สงบบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิงจาก เว็บไซต์ต่างประเทศ khmertime https://www.khmertimeskh.com/501758967/pm-thailands-plan-to-seize-territory-at-17-additional-locations-in-cambodia/