กัมพูชา หนุนยื่น “ทรัมป์” ชิงโนเบล สาขา “สันติภาพ”

ขนาดนั้นเลยเชียว! กัมพูชา พร้อมหนุนยื่น “ทรัมป์” ชิงรางวัลโนเบล สาขา “สันติภาพ” หลังเป็นกาวใจยุติสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมลดภาษีนำเข้า 19%

ระดับกาวใจเหตุปะทะชายแดน.. ล่าสุด “กัมพูชา” เตรียมเสนอชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าชิงรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ ในสาขาสันติภาพ

(2 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ประเทศกัมพูชา เตรียมเสนอชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ โดยนายซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวไว้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม หลังจากที่ทรัมป์ ได้เข้าแทรกแซงโดยตรง ในการหยุดยั้งความขัดแย้งเรื่องพรมแดนระหว่างกัมพูชาและไทย

เมื่อถูกถามผ่านข้อความเพื่อยืนยันแผนการของกัมพูชาที่จะเสนอชื่อนายทรัมป์เข้าชิงรางวัล ซุน จันทอล กล่าวว่า “ใช่” 

ก่อนหน้านี้ ซุน จันทอล ได้กล่าวขอบคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่นำสันติภาพมาสู่กัมพูชา และกล่าวว่าเขาสมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติ ที่มอบให้กับบุคคลหรือองค์กรที่ถือว่าได้ทำประโยชน์สูงสุดในการ “ส่งเสริมมิตรภาพระหว่างประเทศ” 

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศปากีสถาน ได้กล่าวว่าจะเสนอชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ จากการช่วยแก้ไขความขัดแย้งกับอินเดีย เช่นเดียวกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้กล่าวไว้ว่า เขาจะเสนอชื่อ “ทรัมป์” ให้รับรางวัลนี้ 

ในประเด็นดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าเป็นตัวกลางในการยุติความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งนำไปสู่การเจรจาหยุดยิง ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ภายหลังการประกาศหยุดยิง แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้โพสต์ข้อความบน X ว่า ทรัมป์ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น “โปรดมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้กับเขา” เธอกล่าว 

สำหรับเหตุความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิตพลเรือนจำนวนมาก กระทั่ง กัมพูชา ได้นำเรื่องยื่นสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อเรียกร้องให้เกิดการเจรจา ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะยกหูหา 2 ผู้นำของไทยและกัมพูชา เพื่อเจรจาให้เกิดการหยุดยิง พร้อมข้อตกลงลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้า กระทั่งล่าสุด (1 ส.ค.) ทรัมป์ ประกาศลดภาษีทั้งไทยและกัมพูชาจากเดิม 36% เหลือเพียง 19%

ขอบคุณข้อมูล : The Straits Times