รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศ “ชัตดาวน์” แล้ว หลังปิดดีลงบประมาณไม่ลงตัว
บวรวัฒน์ อีจัน
1 ตุลาคม 2568

หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น น่าจับตามองเป็นอย่างมาก หลังมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก สหรัฐอเมริกา ประกาศชัตดาวน์แล้ว
วันนี้ (1 ต.ค. 68) เวลา 11.00 น. (เวลาประเทศไทย) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดำเนินการ ชัตดาวน์ ต่อรัฐบาลกลางแล้ว ภายหลังการเจรจาระหว่างรัฐบาลกลาง และพรรคเดโมแครต ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงแนวทางที่ชัดเจนในการจัดหาเงินทุนให้รัฐบาลได้ทันกำหนดเดดไลน์ (เวลา 00.01 น. 1 ต.ค. 68)

โดยก่อนหน้านี้ ผู้นำจากทั้งสองฝ่าย ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการปิดรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่ง 1 วันก่อนหน้า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างการเจรจาขยายระยะเวลาการอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลที่กำลังจะหมดอายุในเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกกับการสนับสนุนร่างกฎหมายเงินทุนจากพรรคเดโมแครต
ด้วยสถานการณ์ที่เข้าสู่ภาวะทางตันนี้ เท่ากับว่าพนักงานรัฐบาลกลางกว่า 750,000 ชีวิต อาจต้องเผชิญกับการถูกพักงานโดยทันที ตามการประเมินของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา
“สิ่งสุดท้ายที่เราอยากทำคือปิดระบบ แต่การปิดระบบก็ให้ผลดีมากมาย”
“เราสามารถกำจัดสิ่งต่างๆ มากมายที่เราไม่ต้องการได้ และสิ่งเหล่านั้นก็จะเป็นของพรรคเดโมแครต” ทรัมป์ กล่าวก่อนกำหนดข้อตกลงงบประมาณจะหมดลง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำนักงานบริหารและงบประมาณ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มปิดการดำเนินการอย่างเป็นทางการ (เมื่อเย็นวันอังคาร) โดยกล่าวหาว่า พรรคเดโมแครต “ท่าทีที่ไม่มั่นคง” ซึ่งทำให้ยากที่จะคาดเดาระยะเวลาการปิดหน่วยงาน
ที่ผ่านมา ยังไม่มีการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐบาลกลาง สำหรับปีงบประมาณใหม่ ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยเหตุการณ์ ถือเป็นการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางเต็มรูปแบบครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ในวาระแรกของเขา ทรัมป์ได้ควบคุมดูแลการปิดหน่วยงานบางส่วนสามครั้ง ซึ่งเป็นการปิดหน่วยงานที่ยาวนานที่สุดเป็นเวลา 35 วัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2018 ถึงเดือนมกราคม 2019
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะเป็นการรับมือกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยทั่วไปแล้ว พนักงานรัฐบาลกลางที่ไม่จำเป็นมักจะถูกพักงานชั่วคราว และจะกลับมาทำงานอีกครั้ง เมื่อรัฐสภาอนุมัติเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง
ขอบคุณข้อมูล : POLITICO