แฮกเกอร์อิสราเอล เจาะระบบทีวีอิหร่าน ปลุกระดมให้ล้มรัฐบาล
พอลลี่ อีจัน
20 มกราคม 2569

ข่าวต่างประเทศก็มาเเรง ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านถูกแฮ็ก?
เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาโพสต์เเจ้งข่าวด่วนว่า สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านหลายช่องที่ออกอากาศผ่านดาวเทียมบัดร์ถูกแฮ็ก ทำให้มีการออกอากาศภาพการประท้วง พร้อมกับคำเรียกร้องของมกุฎราชกุมารเรซา ปาห์ลาวี ผู้ลี้ภัยของอิหร่าน ให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมและให้กองกำลังทหารเข้าข้างผู้ประท้วง
ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แฮกเกอร์ได้ก่อกวนการส่งสัญญาณดาวเทียมของสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่าน เพื่อเผยแพร่ภาพวิดีโอสนับสนุนมกุฎราชกุมารผู้ลี้ภัยของประเทศ และเรียกร้องให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยอย่าเล็งอาวุธไปที่ประชาชน


ซึ่งวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อเช้าวันจันทร์ ซึ่งเป็นการก่อกวนครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นหลังจากการประท้วงทั่วประเทศ
โดยการแฮกครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามการประท้วงโดยทางการพุ่งสูงถึงอย่างน้อย 3,919 คน ตามที่นักเคลื่อนไหวบอก พวกเขากังวลว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลรั่วไหลออกจากประเทศที่ยังคงอยู่ภายใต้รัฐบาลในการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงสูงอยู่ เกี่ยวกับการปราบปราม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขีดเส้นแดงสองเส้นสำหรับสาธารณรัฐอิสลาม คือ การสังหารผู้ประท้วงอย่างสันติและการประหารชีวิตหมู่ของเตหะรานหลังจากการประท้วง เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันอยู่ในทะเลจีนใต้ ได้แล่นผ่านสิงคโปร์เมื่อคืนที่ผ่านมาเพื่อเข้าสู่ช่องแคบมะละกา ซึ่งอาจนำเรือลำนี้ไปยังตะวันออกกลางได้

สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เชื่อกันว่าใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ได้อ้างคำแถลงจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลที่ยอมรับว่าสัญญาณในบางพื้นที่ของประเทศถูกรบกวนชั่วขณะโดยแหล่งที่มาที่ไม่ทราบสาเหตุแต่ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งที่ออกอากาศไปเลย ต่อมาสำนักงานของปาห์ลาวีรับทราบถึงการเเฮ็กที่แสดงภาพของมกุฎราชกุมาร ทางสถานีไม่ได้ตอบคำถามใดๆกับสื่อเพิ่มเติม เเต่ได้ออกมาบอกเพิ่มเติมว่า การแฮ็กในครั้งล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คลื่นวิทยุของอิหร่านถูกรบกวน
อาจเกี่ยวโยงกับเรื่องที่ความมั่นคงของประเทศด้วย เพราะการถูกเเฮ็กครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออิหร่าน
ที่มา:สื่อต่างประเทศ https://www.iranintl.com/en/202601184190