หัวแถวมาแล้ว! “มาเลเซีย” ฉีกดีลสหรัฐฯ ชี้ ภาษีทรัมป์เป็นโมฆะ
แพทตี้ อีจัน
20 มีนาคม 2569

ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่กำลังระอุ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจโลก ล่าสุด มาเลเซีย เริ่มแล้วค่ะ เป็นประเทศแรกที่ตัดสินใจประกาศให้ข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกา (ART) สิ้นผลเป็นโมฆะทันที หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภาษีเดิม
โดยสื่อต่างประเทศ รายงานว่า วันที่ 15 มี.ค.69 ดาโต๊ะ เซรี โจฮารี อับดุล กานี รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ยืนยันชัดเจนว่า ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Reciprocal Trade Agreement หรือ ART) ระหว่างมาเลเซียและสหรัฐฯ นั้น “ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป”
โดยระบุว่า มันไม่ใช่แค่การพักข้อตกลง แต่มันคือการกลายเป็นโมฆะ (Null and Void)

ชนวนเหตุสำคัญมาจากคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีภายใต้กฎหมายใช้อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้สหรัฐฯ ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีแบบเหมาเข่งได้ และต้องเปลี่ยนกลยุทธ์การบังคับใช้ทางการค้าใหม่
ข้อตกลง ART นี้ เดิมทีถูกลงนามเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน เพื่อช่วยลดภาระภาษีให้ผู้ส่งออกมาเลเซียจากเดิมที่เคยสูงถึง 47% ลงมาเหลือ 19% และให้สิทธิพิเศษภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์แก่สินค้าถึง 1,711 รายการ
แต่เมื่อดีลล่ม อุตสาหกรรมหลักที่เคยได้รับอานิสงส์ต่างตกอยู่ในความเสี่ยงทันที โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) น้ำมันและก๊าซ สินค้าเกษตร โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ถุงมือยาง
โดยมูลค่าการส่งออกของมาเลเซียไปสหรัฐฯ ในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 2.33 แสนล้านริงกิต ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างยังตกอยู่ในความไม่แน่นอน
ทางด้าน ดาโต๊ะ เซรี ตากิยุดดิน ฮัสซัน เลขาธิการพรรค Perikatan Nasional (ฝ่ายค้าน) ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องนี้ต่อรัฐสภาโดยด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
“ในสภาวะที่การค้าโลกมีความไม่แน่นอนสูง ความชัดเจนเชิงนโยบายเป็นเรื่องสำคัญมาก” ตากิยุดดินกล่าว
พร้อมเสนอให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยพิเศษเพื่อให้ สส. ได้รับฟังการบรรยายสรุปและอภิปรายเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ระยะยาวของมาเลเซีย
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีโจฮารีได้เตือนให้ผู้ส่งออกมาเลเซียเข้มงวดกับมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อมสากล เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบภายใต้กฎหมายการค้ามาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่กำลังพุ่งเป้ามาที่มาเลเซียและพันธมิตรทางการค้าอีก 15 ประเทศอยู่ในขณะนี้
หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ