สาวจีนตาบอด สู้เรียนจบแพทย์ก่อนผันตัวเป็นนักเขียนเต็มตัว
พอลลี่ อีจัน
20 สิงหาคม 2568

เมื่อโลกมืดลง แต่ใจยังไม่ยอมดับ สาวจีนผู้สูญเสียการมองเห็นตั้งแต่ 15 ปี สู่แพทย์และนักเขียนระดับชาติ
วานนี้ (18 ส.ค. 68) สำนักข่าวซินหัว ชวนรู้จัก “หลี่อิ๋ง” จากเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ผู้มีวัยเด็กที่สนุกสนานและเปี่ยมด้วยความสดใสเช่นเดียวกับเด็กวัยเดียวกัน ทว่าชีวิตกลับต้องพลิกผันเมื่อป่วยเป็นโรคต้อหินมุมเปิดจนดวงตาทั้งสองข้างสูญเสียการมองเห็นตอนอายุ 15 ปี



ซึ่งเธอหลังจากพักการเรียนระดับชั้นมัธยมต้นไปหนึ่งปี หลี่กลับมาเล่าเรียนต่อด้วยความเพียรพยายามและทุ่มเทจนสามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมสำหรับคนตาบอด ก่อนจะสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยหรือสอบเกาเข่าติดคณะแพทยศาสตร์ และสุดท้ายคว้าปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตและศิลปศาสตรบัณฑิตมาครองสำเร็จ
โดยส่วนตัวหลี่ชื่นชอบวรรณกรรมมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น หลังจากตาบอดแม่ของเธอกลายเป็นดวงตาอีกคู่และช่วยอ่านหนังสือให้เธอฟังนับไม่ถ้วน ทำให้เธอเริ่มต้นทดลองสร้างสรรค์ผลงานเขียนของตัวเอง โดยหลี่เผยว่าแม้ความสามารถหลายอย่างลดลงและสูญหายเพราะตาบอด แต่ทักษะการเขียนกลับก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เรื่องสั้นที่หลี่เขียนได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันเรียงความของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นแรงใจให้เธอสร้างสรรค์ผลงานเขียนอย่างต่อเนื่อง


เธอได้บอกอีกว่าสำหรับคนพิการไม่มีอะไรเป็นเรื่องง่ายอยู่แล้ว การสร้างสรรค์งานเขียนเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก เป็นงานอดิเรก เป็นความสุข และเป็นการเยียวยาตัวเองอีกด้วย หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอทำงานเป็นนักนวดบำบัดที่โรงพยาบาลสองแห่ง ต่อมาปี 2565 และลาออกด้วยปัญหาสุขภาพและมุ่งมั่นสร้างสรรค์งานเขียนอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันเธอเป็นสมาชิกคณะกรรมการวรรณกรรมของสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมนักเขียนหนานหนิงแห่งกว่างซี
พอได้รู้เรื่องราวก็รู้เลยว่า เขาใจสู้มากจริงๆค่ะ ‘อีจัน’ชื่นชมมากๆนะคะ