(3 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเรื่องราวของชายชาวอเมริกันรายหนึ่ง ซึ่งได้บันทึกวิดีโอเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่ต้องใช้เวลานานถึง 42 ปี กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็น โรคออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder) และมีภาวะโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) หลังจากตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับการรักษาผิดแนวทาง และถูกวินิจฉัยผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ชายคนดังกล่าวคือ ไทเลอร์ เบนเนตต์ (Tyler Barnett) ซึ่งเจ้าตัวถูกพูดถึงในชั่วข้ามคืน หลังตัดสินใจบันทึกวิดีโอบน TikTok ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ หลังได้รับคำตอบที่ตามหามาตลอดชีวิต ว่า ผมรู้สึกโล่งใจอย่างมาก หลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกและ สมาธิสั้น
“รู้สึกโล่งใจมาก…แต่ก็เสียใจมากสำหรับตัวฉันในวัยเด็กที่สมควรจะได้รู้เรื่องนี้” แคปชันโพสต์วิดีโอ ระบุ
ไทเลอร์ กล่าวว่า ผมต้องรอนานถึง 2 เดือน เพื่อรอผลจากการทดสอบทางจิตวิทยาอย่างละเอียด ก่อนจะได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และยังเล่าอีกว่า ก่อนหน้านั้น เคยขอคำแนะนำจาก OpenAI ผ่าน ChatGPT ก่อนจะเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจมีความแตกต่างทางระบบประสาท และตัดสินใจเข้ารับการประเมินกับผู้เชี่ยวชาญ
ไทเลอร์ กล่าวว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมมักรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น “คนนอก” และไม่เคยเข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเข้ากับคนอื่นได้ยาก
“ในวัยเด็ก เคยเห็นกลุ่มเด็กคนอื่นเล่นและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่ตัวเองกลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนมองจากข้างนอก ไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งเหล่านั้นถึงสนุก หรือควรเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไร” ไทเลอร์ เล่าย้อนวัยเด็ก ถึงความผิดปกติต่อร่างกายตัวเอง

ไทเลอร์ยังบอกว่า ผู้ใหญ่รอบตัวมักสอนให้ผมพยายามปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ทำให้ผมเริ่มเรียนรู้ที่จะเลียนแบบพฤติกรรมของเพื่อน ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองดูแตกต่าง ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการ “เสแสร้ง” เพื่อให้สังคมยอมรับ
อย่างไรก็ตาม แม้ในด้านการเรียน ไทเลอร์จะสามารถสอบผ่านได้ แต่เขายังเชื่อว่าสิ่งที่ช่วยให้ผ่านมาได้ คือความสามารถในการสังเกตรูปแบบและจดจำรายละเอียด มากกว่าการเรียนรู้แบบคนทั่วไป และเมื่อโตขึ้น ไทเลอร์เริ่มเข้ารับการรักษาด้านสุขภาพจิต และเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรควิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า รวมถึงโรคไบโพลาร์ในช่วงวัย 30 ปี แต่ยาที่ได้รับกลับทำให้เขารู้สึกเหมือน “ซอมบี้” และสุขภาพจิตยิ่งทรุดลง
และจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นเมื่อ ลูกสาววัย 10 ขวบของไทเลอร์ เริ่มบอกอยู่บ่อยครั้งว่า ไทเลอร์อาจเป็นออทิสติก จนทำให้เขาเริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และนำไปสู่การเข้ารับการประเมินอย่างจริงจัง จนกระทั่ง 13 เมษายน 2569 ไทเลอร์ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการว่าเป็นออทิสติกระดับ 1 และ ADHD

ไทเลอร์เปิดใจว่า หลังได้รับการวินิจฉัย เขาได้หยุดยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ และเปลี่ยนไปใช้ยาสำหรับ ADHD ซึ่งเปลี่ยนชีวิตเขาอย่างมาก
“เมื่อผมได้กลับมาเป็นตัวเองอย่างแท้จริง ผมเห็นชัดว่าผมสมบูรณ์ในแบบที่เป็นอยู่ โลกแค่ไม่เคยเข้าใจผมเท่านั้น” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อผู้คนเข้าใจออทิสติกและ ADHD อย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นข้อจำกัด แต่สามารถกลายเป็นพลังพิเศษได้
“อีจัน” ขอส่งกำลังให้ไทเลอร์นะครับ
ขอบคุณข้อมูล : LADBIBLE
