สื่อนอกชี้ “จีน” ตัวแปรบีบ “อิหร่าน” ปิดดีลหยุดสงครามสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางนานาชาติ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

8 เมษายน 2569

สื่อนอกชี้ “จีน” ตัวแปรบีบ “อิหร่าน” ปิดดีลหยุดสงครามสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางนานาชาติ

จากเหตุการณ์ สงครามตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมากว่า 6 สัปดาห์ ที่ล่าสุดทุกสายตาจับจ้อง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดเส้นตายบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน (8 เม.ย. 69) พร้อมขู่ถล่มให้ราบคาบ หากดีลไม่เกิดขึ้น ก่อนที่สุดท้ายจะประกาศเลื่อนโจมตี 2 สัปดาห์ พร้อมแสดงท่าทีเห็นชอบ 10 เงื่อนไขของอิหร่าน ซึ่งหลายฝ่ายสงสัยว่า ตัวแปรสำคัญในการยั้งมือไม่โจมตีของทรัมป์ครั้งนี้ มาจากใครกันแน่ ?

วันนี้ (8 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานเรื่องราวของ จีน ชาติเบอร์ 1 แห่งเอเชีย ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อเบื้องหลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตอบคำถามสื่อว่า ได้ยินมาว่า จีนมีส่วนเกี่ยวข้องในการโน้มน้าวให้อิหร่าน เข้าสู่โต๊ะเจรจาหยุดยิง

รายงานระบุว่า จีน ถือว่ามีบทบาทที่เงียบแต่ทรงอิทธิพล ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันอิหร่าน สู่เส้นทางแห่งสันติภาพผ่านการทำงานร่วมกับตัวกลางต่าง ๆ รวมถึง ปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ เพื่อใช้อิทธิพลของตัวเองต่ออิหร่าน

ซึ่งความพยายามของจีนในครั้งนี้ ถือว่ามีบทบาทที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในเวทีโลก และจนถึงขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับบทบาทของตนเอง แต่สถานเอกอิงจีนในวอชิงตันกล่าวก่อนหน้านี้ว่า จีนได้ทำงาน “อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสันติภาพ” นับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้น

เช่นเดียวกับ เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุกฝ่ายจำเป็นต้องแสดงความจริงใจและยุติสงครามครั้งนี้โดยเร็ว ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก” พร้อมย้ำว่า จีน มีความกังวลอย่างยิ่ง เกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งที่มีต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงด้านพลังงาน

ทั้งนี้ เมื่อ (7 เม.ย. 69) จีน ได้ร่วมกับรัสเซีย ใช้สิทธิวีโต้มติของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ประสานงานกันเพื่อปกป้องการขนส่งสินค้าทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซอีกด้วย โดยมองว่า การรับรองมติดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ กำลังคุกคามความอยู่รอดของอารยธรรม ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาด

ขอบคุณข้อมูล : NDTV