“เกาหลีเหนือ” เทสขีปนาวุธ คาดโชว์ “ทรัมป์” หลังถล่มเวเนฯ

ตื่นตัวหรือตั้งใจ? “เกาหลีเหนือ” เทสยิงขีปนาวุธ ก่อน ปธน.เกาหลีใต้ เยือนจีนไม่กี่ชั่วโมง คาดส่งสาร “จีน” ระงับสัมพันธ์ รวมถึงโชว์ “ทรัมป์” หลังถล่มเวเนฯ

(4 ม.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เกาหลีเหนือ ได้ดำเนินการยิงขีปนาวุธจากชายฝั่งตะวันออกลงสู่ทะเล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร นับเป็นการทดสอบอาวุธในการพร้อมรบ หากเกิดสถานการณ์เหนือความคาดหมาย

รายงานระบุว่า การยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูก ซึ่งเป็นการยิงครั้งแรกของประเทศในรอบ 2 เดือน ยิ่งทำให้ความตึงเครียดทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งเปิดฉากโจมตีในเมืองหลวงของเวเนซุเอลา

สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือประณามการกระทำของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็น “การละเมิดอธิปไตยที่ร้ายแรงที่สุด” โดยอ้างคำกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ว่า “เหตุการณ์นี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ยืนยันอย่างชัดเจนอีกครั้ง ถึงความโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของสหรัฐอเมริกา”

ทั้งนี้ การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุด เกิดขึ้นก่อนที่ ลี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการส่งเสริมสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีระหว่าง การประชุมสุดยอดกับ สี จิ้นผิงประธานาธิบดีจีน

ด้านศาสตราจารย์ ลิม อึล-ชุล จากสถาบันศึกษาตะวันออกไกลในกรุงโซล กล่าวว่า การยิงขีปนาวุฒิจากกรุงเปียงยาง (เกาหลีเหนือ) ลงสู่ทะเลระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่นนั้น ถือเป็น “การส่งสารไปยังจีน เพื่อยับยั้งการกระชับความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ และเพื่อตอบโต้ท่าทีของจีนเกี่ยวกับการลดอาวุธนิวเคลียร์”

อีกทั้งกล่าวว่า เกาหลีเหนือต้องการส่งสารว่า “เราแตกต่างจากเวเนซุเอลา” และในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์และทางทหาร เกาหลีเหนือพร้อมที่จะตอบโต้ด้วย “การป้องปรามที่ก้าวร้าว” ท่ามกลางเหตุภายหลังที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดี มาดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซูมิ กล่าวประณามการยิงขีปนาวุธของเกาหลี ว่าเป็นการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิภาค และประชาคมระหว่างประเทศ

“รัฐบาลของเราได้ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงต่อเกาหลีเหนือและประณามการกระทำดังกล่าวอย่างหนักแน่น” ชินจิโร กล่าวในแถลงการณ์

ขอบคุณข้อมูล : The Straits Times