“บังกลาเทศ” ตรึงไม่ไหว! ขึ้นราคาน้ำมันขายปลีก 10-15% เซ่นพิษสงคราม
แพทตี้ อีจัน
6 ชั่วโมงก่อนหน้า

สงครามตะวันออกกลางทำพิษ “บังกลาเทศ” ตรึงไม่ไหว ประกาศขึ้นราคาน้ำมันขายปลีก 10-15%
วานนี้ (19 เม.ย.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลบังกลาเทศ โดยกระทรวงพลังงานประกาศ ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงร้อยละ 10 – 15 เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.69 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และภาวะอุปทานตึงตัวอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
ตามประกาศของกระทรวงฯ อัตราราคาน้ำมันใหม่มีรายละเอียด ดังนี้:
น้ำมันเบนซิน: ปรับขึ้นเป็น 135 ตากา ประมาณ 35 บาท หรือ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตร จากเดิม 116 ตากา ประมาณ 30 บาท
น้ำมันดีเซล: ปรับขึ้นเป็น 115 ตากาเกือบ 30 บาทต่อลิตร
น้ำมันก๊าด: ปรับขึ้นเป็น 130 ตากา ประมาณ 33 บาทต่อลิตร

เจ้าหน้าที่ของบังกลาเทศ ระบุว่า การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงค่าระวางเรือและค่าประกันภัยที่แพงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากราคาน้ำมันดิดตัวสูงขึ้นในช่วง 7 สัปดาห์ของสงครามในอิหร่าน
การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลักทำให้บังกลาเทศต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่กำลังร่อยหรอ ส่งผลให้ปัจจุบันรัฐบาลต้องยื่นขอความช่วยเหลือทางการเงินจากแหล่งภายนอกมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ
แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลจะพยายามลดผลกระทบต่อผู้บริโภคผ่านการให้เงินอุดหนุน การชะลอปรับราคา และการควบคุมสต็อกน้ำมันอย่างเข้มงวด แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ยอมรับว่ามาตรการเหล่านี้ยากที่จะประคองราคาเอาไว้ได้ท่ามกลางราคาตลาดโลกที่พุ่งสูงไม่หยุด
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า บังกลาเทศเริ่มเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและมีแถวรอคิวที่สถานีบริการน้ำมันยาวเหยียด ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้ว่าเป็นผลมาจากการซื้อด้วยความตื่นตระหนก (Panic-buying) และการกักตุนสินค้าที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาครั้งนี้คาดว่าจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในภาคการขนส่งและเกษตรกรรมที่ใช้ดีเซลเป็นหลัก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาอาหารและค่าครองชีพโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย บังกลาเทศจึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องปรับตัวตามกลไกราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรงในขณะนี้
เฮ้อออ เห็นแล้วอดห่วงไทยไม่ไหว ยังคงต้องจับตากันต่อค่ะ ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง?