สื่อมาเลย์ ลั่น อันวาร์ จ่อจัดเจรจารอบใหม่ ไทย-กัมพูชา
บวรวัฒน์ อีจัน
12 พฤศจิกายน 2568

เมื่อการลงนามครั้งแรกไม่เป็นผล ครั้งต่อไปควรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ?
จากเหตุการณ์ (10 พ.ย. 68) ทหารไทยประสบเหตุ เหยียบทุ่นระเบิด ขณะลาดตระเวน บนพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าขวาขาดรุนแรง ขณะนี้ทั้งหมดอยู่ระหว่างรักษาตัว ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ต่อมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างเร่งด่วน พร้อมเคาะมาตรการ ระงับปฏิญญาสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาทั้งหมด นั้น

(11 พ.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้มอบหมายให้ นิซาม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้รื้อฟื้นการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากที่ไทย ดำเนินการระงับความคืบหน้าในการลงนามข้อตกลงสันติภาพ ณ ประเทศมาเลเซีย ภายหลังเกิดเหตุกำลังพลไทยเหยีบทุ่นระเบิด ณ พื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ (10 พ.ย. 68)
ในการกล่าวสุนทรพจน์ช่วงถาม-ตอบของรัฐมนตรี อันวาร์ กล่าวว่า เขาได้ติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง กับนายกรัฐมนตรีไทยหลายสมัย ได้แก่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายแพทองธาร ชินวัตร และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในปัจจุบัน จนถึงการลงนามข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นสักขีพยานในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 เมื่อเร็ว ๆ นี้
อันวาร์ อธิบายว่า การตัดสินใจของนายกฯ อนุทิน ที่จะระงับการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากเกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
“ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในขณะนี้เป็นผลมาจากการระเบิดกับระเบิดในพื้นที่ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับทหารกัมพูชา”
“เขา (อนุทิน) จึงกล่าวว่า ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราจะเลื่อนการอนุมัติออกไป แต่เขาไม่ได้ตอบโต้ (ด้วยการโจมตีกัมพูชา)” อันวาร์ กล่าว
“ตอนนี้ ผู้บัญชาการทหารของเรากำลังเจรจาใหม่ ผมจำข้อตกลงได้ ‘ถอนตัวออกจากชายแดนและแก้ไขปัญหาระเบิดที่เกิดจากทุ่นระเบิด” ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการอยู่

อันวาร์ ย้ำว่า แน่นอนว่าเหตุการณ์ล่าสุดนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายไทย และตั้งคำถามว่า ‘ข้อตกลงนี้ถูกละเมิดหรือไม่’ แต่นายกรัฐมนตรีไทย ไม่ได้ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบหรือบทบาทของเรา” พร้อมเสริมว่า ไทยเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงอย่างเต็มที่
โดยอันวาร์ ได้ตอบคำถามต่อ ชาฮิดาน กัสซิม (PN-Arau) ซึ่งอ้างถึงรายงานสื่อต่างประเทศและท้องถิ่นล่าสุด ที่เน้นย้ำถึงการวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์โดย พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5)
มีรายงานว่า พล.อ. รังษี กล่าวหาอันวาร์ว่า สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับไทยผ่านข้อตกลงสันติภาพ โดยอ้างว่าข้อตกลงดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงเศรษฐกิจของไทยได้ แต่อันวาร์ ปัดข้อกล่าวอ้างดังกล่าว กล่าวว่า แม้ว่าจะมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ชาวมาเลเซียควรสวดมนต์เพื่อสันติภาพแทน
“การโต้เถียงเพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีล้มเหลวมันสนุกไหม ?” อันวาร์ กล่าว
“การภาวนาให้ข้อตกลงล้มเหลวเพียงเพื่อพิสูจน์ว่านายกฯ มาเลเซียล้มเหลว… เอาเถอะ ผมขอภาวนาให้เกิดสันติภาพดีกว่า เพราะหากเกิดความขัดแย้งขึ้น มันจะส่งผลกระทบต่อเราด้วย”

ส่วนประเด็นที่ พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ ไม่เห็นด้วยนั้น อันวาร์กล่าวว่า ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้อีกเช่นกัน ไม่ว่าเขาจะน่าเชื่อถือหรือไม่ก็ไม่สำคัญ มีคนจำนวนมากที่นี่ ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงสันติภาพ
“หลายคนในกัมพูชามองว่าไทยเป็นผู้รุกราน ขณะที่หลายคนในไทยมองว่ากัมพูชาละเมิดหลักการ นั่นคือเหตุผลที่เราช่วยไกล่เกลี่ย” อันวาร์กล่าว เพื่อยืนยันจุดยืนของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการนี้
ขอบคุณข้อมูล : Malaysia Kini