หนุ่มทูร์เคีย งานเข้า! เซฟเบอร์เมียเก่าว่า “อ้วน” ศาลสั่งจ่ายค่าทำร้ายจิตใจ
แพทตี้ อีจัน
22 ตุลาคม 2568

ลูกเพจเรียกแฟนว่าอะไรกันบ้าง แล้วตั้งชื่อในมือถือว่าอะไรคะ?
ใครตั้งว่า “อ้วน” ระวังนะ
ถ้าอยู่ในประเทศทูร์เคีย อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ ถึงขั้นต้องฟ้องร้องหรือหย่าร้างกันในชั้นศาลได้
เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์เลยค่ะ
หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ dirilispostasi สื่อต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวสุดช็อก ศาลทูร์เคียสั่งอดีตสามีจ่ายค่าชดเชย หลังบันทึกชื่ออดีตภรรยาในมือถือว่า “อ้วนตุ้ยนุ้ย” ชี้เป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีและทำร้ายจิตใจ
โดยภรรยารายหนึ่งฟ้องร้องอดีตสามีของเธอในระหว่างกระบวนการหย่าร้าง หลังพบว่าเขาบันทึกชื่อเธอในโทรศัพท์มือถือว่า “Tombek” ซึ่งแปลว่า “อ้วนตุ้ยนุ้ย” ในภาษาทูร์เคีย ฝ่ายหญิงให้การว่า ชื่อดังกล่าวมีลักษณะดูถูกและลดทอนคุณค่าในฐานะคู่ชีวิต ทำให้เธอรู้สึกอับอายและบั่นทอนความสัมพันธ์อย่างรุนแรง

ซึ่งศาลตัดสินว่าสามีมีความผิดฐานเรียกภรรยาว่า “อ้วน” บ่อยครั้ง ศาลระบุว่าคำนี้ไม่ใช่คำแสดงความรักใคร่ แต่เป็นคำเหยียดหยามและดูถูก ผู้พิพากษาตัดสินว่าคำพูดดังกล่าวละเมิดศักดิ์ศรีของภรรยา และตัดสินให้ฝ่ายหญิงชนะคดีหย่าร้าง คำตัดสินเน้นย้ำว่าแม้แต่คำพูดที่ถือว่าเป็น “เรื่องตลก” ในภาษาพูดทั่วไปก็อาจถือเป็นการดูถูกได้ หากเกินขอบเขตของความเคารพภายในชีวิตสมรส
อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวได้ยื่นฟ้องแย้งเพื่อขอหย่า โดยอ้างว่าภรรยาของเขาได้ล่วงประเวณี ระหว่างการพิจารณาคดี พบว่าชายคนดังกล่าวได้ส่งข้อความถึงหญิงคนดังกล่าวด้วยข้อความต่างๆ เช่น “พ่อของฉันป่วย เขาต้องผ่าตัด ให้เงินฉันหน่อย ไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ ให้ปีศาจเห็นหน้าเธอ” และเขาได้บันทึกเสียงหญิงคนนั้นไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยใช้ชื่อ “Tombik” ศาลตัดสินว่าข้อความเหล่านี้เข้าข่ายความรุนแรงทางเศรษฐกิจและอารมณ์ ชายคนดังกล่าวกล่าวหาว่าหญิงคนดังกล่าวล่วงประเวณีกับชายอื่น
อย่างไรก็ตาม ศาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงประเวณี โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนและแน่ชัดมาสนับสนุนข้อกล่าวหานี้
ขณะที่ คำให้การของผู้หญิงคนนั้นว่าเธออยู่บ้านกับผู้ชายอีกคน เป็นเพียงการบอกว่าเธอนำหนังสือมาด้วย และไม่มีคำสารภาพหรือหลักฐานใดๆ ที่ชัดเจนว่ามีการมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้น ในการประเมินความผิดร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ศาลอุทธรณ์ฎีกาวินิจฉัยว่าการดูหมิ่น การกดดันทางการเงิน และคำพูดดูถูกเหยียดหยามผู้หญิงคนนั้นของชายคนนั้นร้ายแรงกว่า
แม้ว่าหญิงคนดังกล่าวจะถูกตัดสินว่าแสดง “พฤติกรรมก่อกวน” จากการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย แต่ฝ่ายหญิงกลับถูกตัดสินว่ามีความผิดอย่างน้อยบางส่วน ขณะที่ฝ่ายชายถูกตัดสินว่ามีความผิดร้ายแรงในเหตุการณ์ที่นำไปสู่การหย่าร้าง
ดังนั้น ศาลฎีกาจึงปฏิเสธคำฟ้องของฝ่ายชายที่กล่าวหาว่ามีชู้ และตัดสินว่าการหย่าร้างมีสาเหตุมาจากการสิ้นสุดของความสัมพันธ์ทางการสมรส ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง ศาลฎีกาตัดสินว่าฝ่ายหญิงมีความผิดน้อยกว่า และควรได้รับค่าเสียหายทั้งที่เป็นเงินและไม่ใช่เงิน
นอกจากนี้ ยังระบุว่า ค่าเลี้ยงดูบุตรเมื่อพิจารณาจากความต้องการของบุตรและฐานะทางการเงินของคู่สมรสแล้วยังไม่เพียงพอ จึงขอให้พิจารณาบทบัญญัตินี้ใหม่