“ทรัมป์” เปิดตัว “TrumpRx” เว็บยาราคาประหยัด หวังลดภาระชาวอเมริกัน
แพทตี้ อีจัน
6 กุมภาพันธ์ 2569

สหรัฐฯ เดินหน้าแก้ปัญหายาแพง!!!
วันนี้ (6 ก.พ.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงประกาศกร้าวแก้ปัญหายาแพง ด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ TrumpRx.gov ศูนย์รวมส่วนลดคูปองยาที่อ้างว่าจะช่วยให้ประชาชนซื้อยาได้ในราคาถูกลงอย่างเหลือเชื่อ
ทรัมป์ประกาศเรื่องนี้ร่วมกับ ดร.เมห์เมต ออซ ผู้บริหารหน่วยงาน Medicare และ CMS พร้อมด้วย โจ เกบเบีย ผู้อำนวยการ National Design Studio แถลงข่าวใหญ่ ว่า “ตั้งแต่นคืนนี้เป็นต้นไป ยาสามัญที่ใช้กันบ่อยที่สุดหลายสิบรายการ จะมีส่วนลดแบบกระชากใจผ่านเว็บไซต์ใหม่ที่ชื่อว่า TrumpRx.gov”
ทรัมป์โวว่าที่ทำราคานี้ได้ เพราะเขาใช้นโยบาย Most Favored Nation (MFN) หรือนโยบายที่การันตีว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมจ่ายค่ายาแพงกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก พร้อมตอกกลับนักการเมืองทั้งสองพรรคว่า “ที่ผ่านมาดีแต่สัญญาว่าจะลดราคายา แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่า มีแต่ผมนี่แหละที่ทำได้จริง”
ทั้งนี้ ในเว็บ TrumpRx มีรายการยาเริ่มต้นประมาณ 40-50 รายการ ซึ่งเน้นยาที่คนต้องจ่ายเงินซื้อเอง (Out of pocket) โดยมีไฮไลท์เด็ดๆ ดังนี้
– ยาลดน้ำหนัก/เบาหวาน: ยาเม็ด Wegovy จากราคาเดิม $1,349 ประมาณ 45,000 บาท เหลือเพียง $149 ประมาณ 5,000 บาท ต่อเดือน ส่วน Ozempic ก็ราคาลดลงเหลือ $199
– ยาช่วยผู้มีบุตรยาก (IVF): ยา Gonal-F ลด 83% เหลือแค่ $168 จากเกือบพันเหรียญ ส่วนยา Cetrotide ลดกระหน่ำถึง 93%
ดร.ออซ ถึงกับกล่าวอย่างติดตลกว่า “ครอบครัว 1 ใน 3 มีปัญหาเรื่องมีลูกยาก ต่อไปเราจะมี เด็กทรัมป์’ (Trump babies) เกิดขึ้นอีกเพียบ เพราะคนจะเข้าถึงยาเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ชีวิตพวกเขาจะเปลี่ยนไป
ส่วนเรื่องการใช้งาน ประชาชนสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ TrumpRx.gov เพื่อรับรหัสคูปอง แล้วนำไปใช้ที่ร้านขายยาที่ร่วมรายการกว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโดยตรงผ่านเว็บผู้ผลิต, โดยมีพันธมิตรหลักอย่าง GoodRx เป็นคนจัดการเรื่องระบบราคาและส่วนลด
อย่างไรก็ตาม แม้จะดูดีแต่มีผู้เชี่ยวชาญฝากเตือนว่า
1. ต้องจ่ายเงินสดเท่านั้น ส่วนลดนี้ใช้ได้เฉพาะคนที่ควักเงินจ่ายเอง ไม่สามารถใช้ร่วมกับประกันสุขภาพได้ และยอดที่จ่ายไปก็เอาไปหักลดหย่อนค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ของประกันไม่ได้ด้วย
2. ตัวยายังน้อย ปัจจุบันมีให้เลือกไม่ถึง 50 ชนิด แม้รัฐบาลจะบอกว่า กำลังจะมีมาเพิ่มเร็วๆ นี้ ก็ตาม
3. ยาบางตัวยังแพงระ เช่นยา Xeljaz แม้จะบอกว่าลด 50% แล้ว แต่ราคาก็ยังสตาร์ทที่ $1,518 เกิน 5 หมื่นบาท อยู่ดี
นักวิเคราะห์แนะนำว่า ก่อนจะใช้บริการนี้ ให้ลองเช็กสิทธิประกันสุขภาพของตัวเอง หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนว่าวิธีไหนคุ้มที่สุด
ขณะที่ ชาวอเมริกันกว่า 2 ใน 3 กังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลมากกว่าค่าก๊าซหรือค่าอาหารเสียอีก การขยับตัวของทรัมป์ครั้งนี้จึงถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ในใจประชาชน ท่ามกลางวิกฤตค่าประกันสุขภาพที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ