(13 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานเหตุระทึกที่เกิดขึ้นใน วุฒิสภาฟิลิปปินส์ หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ระหว่างสถานการณ์ตึงเครียดจากความพยายามควบคุมตัว โรนัลด์ เดลา โรซา อดีตผู้บัญชาการตำรวจ และอดีตคนสำคัญในสงครามปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลยุค โรดริโก ดูเตอร์เต หลังเจ้าตัวตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลอาญาระหว่างประเทศ ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

รายงานระบุว่า ขณะเกิดเหตุการณ์ ภายในอาคารวุฒิสภา ณ กรุงมะนิลา ได้ยินเสียงปืนมากกว่า 10 นัด ท่ามกลางความโกลาหล ขณะที่ผู้คนภายในอาคารต่างวิ่งหาที่กำบัง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ต่อมา เฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติ พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเกี่ยวข้องกับเหตุยิงปืนดังกล่าว และย้ำว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความพยายามสร้างความไม่มั่นคงทางการเมืองหรือไม่
ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง โรนัลด์ เดลา โรซา โพสต์วิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก ขอให้ประชาชนออกมาช่วยขัดขวางการจับกุม และการส่งตัวเขาไปยังกรุงเฮก ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ภายหลัง ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เปิดเผยหมายจับที่ออกไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 โดยกล่าวหาว่า เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากปฏิบัติการ “สงครามยาเสพติด” ในช่วงปี 2559 – 2565 อย่างไรก็ตาม เดลา โรซา ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม และกล่าวว่า หากต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เขาต้องการให้พิจารณาคดีภายในฟิลิปปินส์ ไม่ใช่ถูกส่งตัวไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ

ช่วงระหว่างวัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดรอบอาคารวุฒิสภา มีการส่งกำลังทหารและตำรวจเข้าพื้นที่ หลังจากมีรายงานว่า ผู้สนับสนุนและผู้ประท้วงบางส่วนมารวมตัวด้านนอก ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (NBI) ได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเข้าไปในพื้นที่หรือเป็นผู้ลั่นกระสุนในเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ โรนัลด์ เดลา โรซา ถือเป็น 1 ในบุคคลสำคัญของรัฐบาลดูเตอร์เต (รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้) ซึ่งมีบทบาทหลักในการดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการมากกว่า 6,000 คน ขณะที่ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ยืนยันว่า แม้ฟิลิปปินส์จะถอนตัวจาก ธรรมนูญกรุงโรม ตั้งแต่ปี 2561 แต่คดีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศยังเป็นสมาชิก ยังอยู่ภายใต้อำนาจการพิจารณาของศาล
ขอบคุณข้อมูล : France24
