สหรัฐฯ สั่งชัตดาวน์บางส่วน เซ่นร่างงบประมาณสะดุด รอเคาะใหม่ 2 ก.พ. นี้ 

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

31 มกราคม 2569

สหรัฐฯ สั่งชัตดาวน์บางส่วน เซ่นร่างงบประมาณสะดุด รอเคาะใหม่ 2 ก.พ. นี้ 

วันนี้ (31 ม.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ต้องปิดทำการหน่วยงานบางส่วน (Shutdown) ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา หลังสภาคองเกรส ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณได้ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน เกี่ยวกับการจำกัดอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเนรเทศผู้อพยพของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ  

การชัตดาวน์ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตปฏิเสธลงคะแนนให้ร่างกฎหมายที่อนุญาตให้กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (DHS) ใช้งบประมาณต่อไป โดยอ้างถึงกรณีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสังหารพลเมืองสหรัฐฯ 2 รายในรัฐมินนิโซตา ได้แก่ เรเน่ กู๊ด เมื่อต้นเดือนมกราคม และอเล็กซ์ เพรตติ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจำนวนมากลงพื้นที่ 

ขณะเดียวกัน การคัดค้านของพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ส่งผลให้ความพยายามของพรรครีพับลิกันในการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณฉบับใหญ่ที่ครอบคลุมหลายหน่วยงาน ตกอยู่ในความเสี่ยง ก่อนเส้นตายการจัดสรรงบประมาณจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา 

ก่อนหน้านี้ พรรคเดโมแครต ได้เรียกร้องให้แก้ไขร่างกฎหมายงบประมาณของ DHS โดยกำหนดข้อจำกัดใหม่ต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง รวมถึงห้ามสวมหน้ากากขณะปฏิบัติหน้าที่ บังคับใช้กล้องติดตัว กำหนดจรรยาบรรณที่ชัดเจน เปิดทางให้มีการสอบสวนอิสระ และห้ามการ “ลาดตระเวนแบบสุ่ม” ที่มุ่งเป้าไปยังบุคคล ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย 

ด้าน ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครต กล่าวว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ใช่มาตรการรุนแรง แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ประชาชนคาดหวังจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย 

ที่ผ่านมา วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณ 5 ฉบับ เพื่อให้หน่วยงานรัฐดำเนินงานต่อไปจนถึงเดือนกันยายน รวมถึงการขยายงบ DHS ออกไปอีก 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายทั้งหมดต้องได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะเปิดประชุมในวันจันทร์นี้ (2 ก.พ. 69)

ขณะเดียวกัน สำนักงานบริหารงบประมาณ (OMB) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่ยังไม่ได้รับงบประมาณครบถ้วน รวมถึงกระทรวงกลาโหม แรงงาน ศึกษาธิการ คมนาคม สาธารณสุข และการเคหะและพัฒนาเมือง เตรียมดำเนินการตามแผนปิดทำการอย่างเป็นระเบียบ โดยย้ำว่าความล่าช้านี้น่าจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น 

ขอบคุณข้อมูล : The Guardian