วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบ 50 ต่อ 47 จำกัดอำนาจทำสงคราม “ทรัมป์”

ฉลุย! วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบ 50 ต่อ 47 ร่างมติ อำนาจทำสงคราม “ทรัมป์” ปฏิบัติการทหารใส่อิหร่าน

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ตั้งแต่ช่วงยุคสมัยแรกในการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นการสังหาร กัสเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน เมื่อปี 2020 รวมถึงสงครามตะวันออกกลางครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นต้นปี 2026 ได้สร้างความไม่สบายใจต่อสภา และประชาชนโลก ล่าสุด วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ดึงอำนาจการทำสงครามมาอยู๋ในมือแล้ว

วันนี้ (20 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เดินหน้าลงมติผ่านญัติอำนาจการทำสงคราม เพื่อยุติการทำสงครามกับอิหร่าน เว้นแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาก่อน ภายหลังสงครามตะวันออกกลาง เริ่มต้นขึ้นมานานกว่า 80 วัน

ตลอดที่ผ่านมา พรรคเดโมแครต พยายามผลักดันให้มีการลงคะแนนในญัตติดังกล่าวหลายครั้ง นับตั้งแต่ ทรัมป์ สั่งโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก่อนหน้านี้ พรรครีพับลิกัน ยังสามารถรวบรวมเสียงเพื่อคว่ำข้อเสนอเหล่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม

โดยผลการลงคะแนนครั้งนี้ ออกมาที่ 50 ต่อ 47 เสียง สะท้อนให้เห็นว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน เริ่มท้าทายจุดยืนของทรัมป์ต่อสงครามอิหร่าน แม้ความพยายามนี้อาจยังไม่ส่งผลในทางปฏิบัติมากนัก ขณะที่ มีสมาชิกรีพับลิกัน 3 คน ไม่ได้เข้าร่วมลงคะแนน

อย่างไรก็ตาม แม้ญัตติจะผ่านวุฒิสภา แต่ผลการลงคะแนนยังสะท้อนถึงความไม่สบายใจที่เพิ่มขึ้นภายในพรรครีพับลิกัน ต่อสงครามที่ยืดเยื้อ ดูเหมือนไร้ท่าทีจะจบลง และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

ด้าน ชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา กล่าวหลังการลงคะแนนว่า “พรรครีพับลิกันเริ่มแตกแยก และกำลังมีแรงผลักดันที่จะสกัดกั้นเขา (ทรัมป์) เราจะไม่ยอมถอย”

การลงคะแนนครั้งนี้ วุฒิสมาชิกรีพับลิกันที่ลงคะแนนสนับสนุน ได้แก่ แรนด์ พอล จากรัฐเคนตักกี้ ซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน และลิซ่า เมอร์คาวสกี จากรัฐอะแลสกา ซึ่งเคยสนับสนุนญัติในลักษณะเดียวกันมาก่อน ขณะที่ฟากเดโมแครต มีเพียง เฟตเตอร์แมน วุฒิสมาชิกจากรัฐเพนซิลเวเนีย เเพียงคนเดียวที่ลงคะแนนคัดค้านญัตติดังกล่าวอีกครั้ง

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า อิทธิพลของทรัมป์ในวุฒิสภาอาจเริ่มสั่นคลอน หลังความพ่ายแพ้ของแคสสิดี รวมถึงการที่ทรัมป์ออกมาสนับสนุนคู่แข่งของวุฒิสมาชิกรีพับลิกันอย่าง จอห์น คอร์นิน ในการเลือกตั้งขั้นต้นเช่นกัน

แคสสิดี โพสต์ข้อความว่า แม้เขาจะสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหม กลับปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการ “Epic Fury” จากสภาคองเกรส

เขาระบุเพิ่มเติมว่า “จนกว่าฝ่ายบริหารจะให้ความชัดเจน การอนุมัติหรือขยายเวลาโดยรัฐสภา จึงไม่สามารถให้เหตุผลได้”

ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมลงคะแนนในญัติอำนาจการทำสงครามลักษณะเดียวกันในวันพุธนี้ โดยพรรคเดโมแครตเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ญัตติจะผ่าน หลังจากญัตติลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้เกือบผ่านสภา ด้วยผลลงคะแนนที่เสมอกัน

อย่างไรก็ตาม แม้สภาคองเกรสจะผ่านกฎหมายบังคับให้ทรัมป์ถอนตัวจากความขัดแย้ง ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะปฏิบัติตามหรือไม่

ขอบคุณข้อมูล : Times of Israel