หนุ่มทุ่มเงินล้าน ซื้อบัตรยิม 300 ปี สุดท้ายโดนบิดเงินหนี

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 สิงหาคม 2568

หนุ่มทุ่มเงินล้าน ซื้อบัตรยิม 300 ปี สุดท้ายโดนบิดเงินหนี

บางครั้งการซื้ออะไรล่วงหน้าเกินความจำเป็น อาจกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงต่อตัวเอง

วันที่ (18 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเรื่องราวสุดเห็นใจของชายชาวจีนรายหนึ่ง จากเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ที่ต้องรู้สึกเจ็บใจสุด ๆ หลังควักเงินกว่า 871,000 หยวน (ราว 4.3 ล้านบาท) ทำการซื้อบัตรยิมและคอร์สเทรนเนอร์ ที่มีอายุรวมกว่า 300 ปี โดยหวังเป็น “การลงทุนเพื่อสุขภาพ” แต่สุดท้ายกลับสูญเปล่าโดยทันที

รายงานระบุว่า จิน (Jin) ชายจีนผู้เคราะห์ร้าย ได้เข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมของศูนย์ออกกำลังกาย Ranyan Gym กลางเมืองหางโจว ซึ่งจินได้นำสัญญา 26 ฉบับ ที่ตนเองลงนามลายลักษณ์อักษรกับยิมมาโชว์สาธารณะ ซึ่งมีทั้งคอร์สเรียนกับเทรนเนอร์และบัตรสมาชิก

“ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 9 กรกฎาคม ผมซื้อไปกว่า 1,200 คอร์ส และบัตรสมาชิกที่รวมแล้วมีอายุถึง 300 ปี ใช้เงินทั้งหมดกว่า 871,273 หยวน” จิน กล่าว

ต่อมา จินบอกว่าเขาเป็นลูกค้ายิมนี้มานานกว่า 3 ปี โดยก่อนหน้านี้ (9 พ.ค. 68) เซลส์ของยิมเสนอโปรโมชั่นให้ลูกค้าเก่า โดยหากซื้อบัตรสมาชิก 1 ปี ราคา 8,888 หยวน (ราว 42,000 บาท) ยิมสามารถนำไปขายให้ลูกค้าใหม่ในราคา 16,666 หยวน (ราว 80,000 บาท) และลูกค้าเก่าจะได้ส่วนต่างเกือบทั้งหมดกลับคืนอีกด้วย ซึ่งขณะนั้นจินยังลังเล แต่เซลส์รับประกันว่าจะได้เงินคืนแน่นอนภายใน 2 เดือน จินจึงลองซื้อบัตร 2 ใบ รวมกว่า 17,000 หยวน (ราว 85,000 บาท) ก่อนจะถูกชักจูงให้ซื้อเพิ่มเรื่อย ๆ และในบางครั้งใช้เงินทีเดียวกว่า 300,000 หยวน (ราว 1.4 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึง (15 ก.ค. 68) ซึ่งเป็นกำหนดที่ยิมต้องคืนเงินตอบแทน จินกลับไม่ได้อะไรเลย และเมื่อถามเซลส์ก็อ้างว่าระหว่างการตรวจสอบโดยฝ่ายการเงิน ก่อนที่ปลายเดือนเดียวกัน จินจะรู้ความจริงว่า ผู้บริหารและทีมของยิม ได้ขายยิมออกไปทั้งหมดแล้ว และแม้ว่าปัจจุบันยิมยังคงเปิดอยู่ แต่มีเพียงพนักงานต้อนรับและฝ่ายเอกสารเท่านั้น

นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง ตรวจสอบพบว่าสัญญาที่จินเซ็นทั้งหมด ไม่ได้ระบุผลตอบแทนตามที่เซลส์สัญญาไว้ และยังเขียนชัดเจนว่า “สมาชิกโอนให้ผู้อื่นไม่ได้”

ในเวลาต่อมา จินได้ออกมายอมรับเองว่า “เขาถูกล้างสมอง” เพราะคิดว่าจะได้เงินคืนจริง จนสุดท้ายต้องกลายเป็นบทเรียนราคาแพง พร้อมบอกว่า “ผมไม่ได้หวังจะใช้ 300 ปี แต่คิดว่ามันคือการลงทุนด้านสุขภาพ”

ภายหลังเรื่องราวดังกล่าว ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ อาทิ “เขาซื้อบัตรยิมไว้ให้หลานของหลานอีกทีเลยนะเนี่ย” หรือ “เมื่อความรวยไม่สัมพันธ์กับไอคิว เงินก็จะกลับคืนสู่สังคมเอง”

ขอบคุณข้อมูล : South China Morning Post