ทรัมป์” สั่งถอนสหรัฐฯ พ้น 66 องค์กรนานาชาติ ขัดผลประโยชน์ชาติ
บวรวัฒน์ อีจัน
9 มกราคม 2569

เปิดต้นปี 2569 ที่นานาชาติเต็มไปด้วยความวุ่นวาย โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา เปิดปฏิบัติการโจมตีกรุงการากัส แดนเมืองหลวงแห่งเวเนซุเอลา พร้อมควบคุมตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนฯ เข้ามาดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ฐานเกี่ยวข้องอาชญากรรมยาเสพติดในประเทศ กลายเป็นเสียงวิจารณ์ของนานาชาติ ต่อการกระทำของทรัมป์ นั้น

(7 ม.ค. 69) ทำเนียบขาว (The White House) ร่อนแถลงการณ์คำสั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวสหรัฐอเมริกา ออกจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง โดยให้เหตุผลถึงการขัดต่อผลประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกา

แถลงการณ์ระบุว่า
วันนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกคำสั่งประธานาธิบดีให้สหรัฐอเมริกา ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของอเมริกาอีกต่อไป
บันทึกข้อความดังกล่าว สั่งให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานบริหารยุติการเข้าร่วมและการให้เงินสนับสนุนแก่องค์กรนอกสหประชาชาติ (UN) จำนวน 35 องค์กร และหน่วยงานในสังกัดสหประชาชาติ (UN) จำนวน 31 องค์กร ที่ดำเนินการขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ หรืออธิปไตยของสหรัฐอเมริกา
การดำเนินการนี้ เป็นไปตามคำสั่งทบทวนที่ออกมาก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน ซึ่งครอบคลุมองค์กรระหว่างรัฐบาลระหว่างประเทศ อนุสัญญา และสนธิสัญญาทั้งหมดที่สหรัฐอเมริกาเป็นสมาชิกหรือเป็นภาคี หรือที่สหรัฐอเมริกาให้เงินทุนหรือสนับสนุน
การถอนเงินเหล่านี้ จะยุติการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของเงินภาษีของชาวอเมริกันในหน่วยงาน ที่ส่งเสริมวาระโลกาภิวัตน์เหนือกว่าลำดับความสำคัญของสหรัฐฯ หรือหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาสำคัญอย่างไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ได้ผล จนทำให้เงินภาษีของชาวอเมริกันถูกจัดสรรไปในด้านอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ดีที่สุด
การฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยของอเมริกา
โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังยุติการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในองค์กรระหว่างประเทศที่บ่อนทำลายความเป็นอิสระของอเมริกา และสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชนไปกับวาระที่ไม่เกิดผลหรือเป็นปรปักษ์
องค์กรเหล่านี้ส่งเสริมแนวนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง การปกครองระดับโลก และโครงการทางอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันได้ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ ไปกับองค์กรเหล่านี้โดยได้ผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย ในขณะที่องค์กรเหล่านี้มักวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของสหรัฐฯ ผลักดันวาระที่ขัดแย้งกับค่านิยมของเรา หรือสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชนโดยอ้างว่าจะแก้ไขปัญหาสำคัญ แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง
ด้วยการถอนตัวออกจากหน่วยงานเหล่านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์จึงประหยัดเงินภาษีของประชาชนและนำทรัพยากรไปใช้กับนโยบาย “อเมริกามาก่อน” อีกครั้ง
การให้ความสำคัญกับอเมริกาเป็นอันดับแรกบนเวทีโลก
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ต่อสู้มาโดยตลอดเพื่อปกป้องอธิปไตยของสหรัฐฯ และเพื่อให้แน่ใจว่าการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติจะเอื้อประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของอเมริกา
โดยทันทีที่กลับเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ได้ริเริ่มกระบวนการถอนตัวสหรัฐอเมริกา ออกจากองค์การอนามัยโลกและข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงในวันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ยังได้ลงนามในบันทึกข้อความประธานาธิบดี เพื่อแจ้งให้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ทราบว่าข้อตกลงภาษีระดับโลกขององค์การฯ ไม่มีผลบังคับใช้ในสหรัฐอเมริกา และสั่งให้มีการสอบสวนว่าประเทศต่าง ๆ มีกฎระเบียบภาษีใดที่บังคับใช้ในต่างแดนหรือส่งผลกระทบต่อบริษัทอเมริกันอย่างไม่สมส่วนหรือไม่
เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อถอนสหรัฐอเมริกา ออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) และห้ามการให้เงินทุนใดๆ ในอนาคตแก่สำนักงานบรรเทาทุกข์และงานของสหประชาชาติสำหรับตะวันออกใกล้ (UNRWA)
ขอบคุณข้อมูล : The White House