“เคนยา” วุ่นหนัก! ชาวบ้านประท้วง-ก่อจลาจล หลังดีเซลพุ่งแตะ 60 บาท/ลิตร 

เดือดทั้งประเทศ! “เคนยา” วุ่นหนัก! ชาวบ้านประท้วง-ก่อจลาจล มีคนเสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บอีกระนาว หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งแตะ 60 บาท/ลิตร

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน สะเทือนหลายประเทศ 
ล่าสุด ที่เคนยา วุ่นหนัก ประชาชนประท้วงก่อจลาจล หลังดีเซลพุ่งแตะ 60 บาท/ลิตร 

วันนี้ (19 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่าหลายเกิดเหตุประท้วงรุนแรงและเหตุการณ์ปะทะกันทั่วประเทศเคนยา เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30 คน หลังจากประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะรวมตัวประท้วงการปรับขึ้นราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 

นายโอเนซิมุส กิปชุมบา มูร์โคเมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการบริหารราชการแผ่นดินของเคนยา เปิดเผยว่า มีผู้ประท้วงถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 348 ราย โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ทำการจุดไฟเผาสิ่งของบนถนน ปิดกั้นเส้นทางจราจร และปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงไนโรบีและพื้นที่ตอนกลางของประเทศ  

พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการใช้แก๊สน้ำตาและอาวุธปืนในการสลายการชุมนุม ขณะที่ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งสอบสวนว่าผู้เสียชีวิตเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือเป็นกลุ่มอาชญากรที่ฉวยโอกาสก่อเหตุ 

โดยชนวนเหตุสำคัญมาจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานและปิโตรเลียม (EPRA) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 14 พ.ค.69 ราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 16.65 ชิลลิ่ง (ประมาณ 0.12 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อลิตร และน้ำมันดีเซลปรับขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 46.29 ชิลลิ่ง ทางรัฐบาลให้เหตุผลว่าราคาที่พุ่งสูงขึ้นนี้ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบทั่วโลกและปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน 

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อค่าครองชีพ โดยราคาสินค้าพื้นฐาน เช่น มะเขือเทศ มีราคาพุ่งสูงขึ้นถึงสามเท่า ขณะที่ฝ่ายค้านและสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติเคนยาตั้งข้อสังเกตว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศนั้นสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาต้นทุนภายในประเทศเอง 

ด้านกลุ่มพันธมิตรภาคการขนส่ง (Transport Sector Alliance) ได้ประกาศนัดหยุดงานตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยระบุว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงเกินไปทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องตกค้างตามสถานีขนส่ง และหลายคนต้องตัดสินใจเดินเท้าไปทำงานเนื่องจากไม่มีรถสาธารณะให้บริการ 

ในขณะที่ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเนื่องจากอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจนอกประเทศ ทางด้านนายจอห์น อึมบาดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า รัฐบาลมีแผนที่จะเข้าหารือกับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมย้ำว่าราคาปัจจุบันเป็นราคาที่มีการอุดหนุนจากภาครัฐอยู่แล้วบางส่วน 

ไทยเราอย่าให้ถึงขั้นนี้กันเลยนะคะ 

ที่มา: english, newsday, cnbcafrica