อัลจาซีราแฉ “อิสราเอล” ใช้ระเบิดสุญญากาศ ถล่มปาเลสไตน์ ทำกาซา 2,800 ชีวิต “ระเหยเป็นไอ”
บวรวัฒน์ อีจัน
12 กุมภาพันธ์ 2569

(10 ก.พ. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า จากการสืบสวนพิเศษของสถานีโทรทัศน์ อัล จาซีรา (Al Jazeera) พบว่า ชาวกาซาอย่างน้อย 2,842 คนหายตัวไป นับตั้งแต่เริ่มสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล โดยมีสาเหตุมาจากอาวุธที่มีอุณหภูมิสูงซึ่งสามารถทำให้เนื้อเยื่อของมนุษย์ระเหยได้ ซึ่งตรวจสอบพบว่า ตัวเลขชาวปาเลสไตน์ที่ถูกจัดว่า “หายสาบสูญ” นั้น อ้างอิงจากเอกสารภาคสนาม ไม่ใช่การประมาณการ

ด้าน มาห์มูด บาซาล โฆษกหน่วยป้องกันภัยพลเรือน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราว่า ทีมกู้ภัยใช้ “วิธีการคัดกรอง” ในจุดเกิดเหตุ โดยเปรียบเทียบจำนวนคนที่ทราบแน่ชัดภายในอาคารเป้าหมาย กับซากศพที่กู้ขึ้นมาได้ในภายหลัง
บาซาล กล่าวว่า “หากครอบครัวแจ้งว่ามีคนอยู่ข้างใน 5 คน และเราพบศพที่สมบูรณ์เพียง 3 ศพ เราจะจัดประเภทศพที่เหลืออีก 2 ศพว่าเป็น “ระเหยหายไป” หลังจากค้นหาอย่างละเอียดแล้วไม่พบอะไร นอกจากร่องรอยทางชีวภาพ” โดยอ้างถึงคราบเลือดหรือเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ เช่น หนังศีรษะ พร้อมเน้นย้ำว่า การจำแนกประเภท จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการค้นหาในซากปรักหักพัง โรงพยาบาล และห้องเก็บศพไม่พบซากศพที่สามารถระบุตัวตนได้

ขณะที่ วาซีลี ฟาติการอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของรัสเซีย กล่าวต่อการสอบสวนว่า การระเหยดังกล่าว เป็นผลมาจากการที่อิสราเอลใช้อาวุธเทอร์โมบาริกและอาวุธความร้อนอย่างเป็นระบบ ซึ่งมักเรียกกันว่าระเบิด “สุญญากาศ” หรือ “ระเบิดละอองลอย” ซึ่งอาวุธดังกล่าวจะกระจายกลุ่มควันเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ กลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดความร้อนและความดันสูงมาก
“เพื่อยืดระยะเวลาการเผาไหม้ จึงมีการเติมผงอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และไทเทเนียมลงในส่วนผสมทางเคมี วิธีนี้จะเพิ่มอุณหภูมิการระเบิดให้สูงขึ้นระหว่าง 2,500 ถึง 3,000 องศาเซลเซียส (4,532 ถึง 5,432 องศาฟาเรนไฮต์)” ฟาติการอฟ กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : Al Jazeera