กัมพูชา ตั้งข้อหา 3 ชาวจีน คดีลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้
พอลลี่ อีจัน
14 ตุลาคม 2568

กระแสเรื่องนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ของเกาหลีใต้!
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องสะเทือนใจเมื่อ นักศึกษาชาวเกาหลีใต้ถูกฆาตกรรม ในจังหวัดกำปอต ประเทศกัมพูชา ทำให้เรื่องนี้เกิดเป็นเรื่องใหญ่ระหว่างประเทศภายในข้ามคืน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า นักศึกษาวัย 22 ปี บอกกับครอบครัวว่ากำลังจะเดินทางไปกัมพูชาเพื่อชมนิทรรศการ แต่กลับถูกกลุ่มอาชญากรรมท้องถิ่นลักพาตัวและทรมาน พร้อมเรียกร้องค่าไถ่ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,139,740.00 บาท ท้ายสุดกลับไม่รอดพบศพของเหยื่อในรถยนต์ฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ สีดำใกล้ภูเขาโบกอร์ ในเมืองกำปอตโดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าตายเพราะหัวใจหยุดเต้นเกิดจากถูกทรมานอย่างแรง


โดยการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามพรมแดนและความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้ ขณะที่กรณีการหลอกลวงทางออนไลน์ การลักพาตัว และความรุนแรงที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีเพิ่มสูงขึ้น กรุงโซลกำลังกดดันให้มีการประสานงานที่เข้มแข็งขึ้น รวมถึงการจัดตั้งสำนักงานตำรวจเกาหลีในกัมพูชา ขณะที่กัมพูชายืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นต่อความร่วมมือระหว่างประเทศและเตือนว่าเหตุการณ์โศกนาฏกรรมแค่ครั้งเดียวไม่ควรบดบังความพยายามทางการทูตและการปราบปรามอาชญากรรมในวงกว้าง
ซึ่งในวันเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ เผยว่า ความร่วมมือกับตำรวจกัมพูชานั้นยากลำบากกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายยู แจซอง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วางแผนที่จะพบกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาในสัปดาห์หน้าเพื่อแสวงหาความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ขณะที่ตำรวจเกาหลีวางแผนที่จะทำงานร่วมกับอินเตอร์โพลและหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อกดดันให้กัมพูชาปรับปรุงความร่วมมือ อย่างไรก็ตามได้ออกแถลงการณ์ตอบแล้วว่ามีชาวจีน 3 คน เป็นผู้ต้องสงสัยและถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและฉ้อโกงทางออนไลน์

ซึ่งสำนักงานอัยการของศาลประจำจังหวัดกำปอต ในกัมพูชา ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยชาวจีน 2 คนถูกจับกุมในที่เกิดเหตุได้นำตำรวจไปยังบ้านพักบนภูเขาโบกอร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุและจับกุมผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 พร้อมหลักฐานการดำเนินการทางออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ทั้ง 3 คนยังคงถูกควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี โดยตั้งข้อหาโดยสงสัยว่าทรมานและฆาตกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้ พบร่องรอยการทรมาน รวมถึงรอยฟกช้ำและคราบเลือดทั่วร่างกายของเหยื่อ ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องสงสัยถูกสงสัยว่าเป็นผู้วางแผนเบื้องหลัง “คดีเครื่องดื่มยาเสพติดกังนัม” ในปี 2566 ซึ่งเขาได้แจกเครื่องดื่มผสมฟิโลปอนให้กับนักศึกษา 13 คน ภายใต้หน้ากากของกิจกรรมชิมฟรีในย่านการศึกษาแทชีดง เขตกังนัม กรุงโซล ตำรวจเกาหลีใต้ได้เริ่มการสืบสวนแล้ว องค์กรอาชญากรรมฟิชชิ่งด้วยเสียงของจีนในกัมพูชา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เล็งเป้าหมายไปที่ชาวเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางท่ามกลางการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชา ตามข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ที่ยื่นต่อ ส.ส. พัค ชาน-แด จากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล พบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมของปีนี้ เกิดคดีลักพาตัวหรือการกักขังชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาถึง 330 คดี เพิ่มขึ้นจาก 221 คดีในปี 2567, 21 คดีในปี 2566, 11 คดีในปี 2565 และ 4 คดีในปี 2564
และ จำนวนคดีที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจุดชนวนปัญหาทางการทูตระหว่างเกาหลีใต้กับกัมพูชา กระทรวงต่างประเทศเรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อแสดงความกังวลและขอให้รัฐบาลกัมพูชาร่วมมือกับทางการเกาหลีใต้ในการจัดตั้ง แผนกเกาหลีเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ยังประกาศยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ และอีกหลายเมืองในกัมพูชา จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2 ให้เป็นระดับ “พิเศษ” ซึ่งหมายความว่า ให้พลเรือนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองที่ถูกประกาศ หรือให้พลเรือนออกจากเมืองดังกล่าวหากอยู่ที่นั่น โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น. เมื่อวันวันศุกร์ (10 ต.ค.68)
ในขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส ได้ออกมาโพสต์ยืนยันอีกเสียงว่า เกาหลีใต้เตือนประชาชนห้ามเดินทางไปยังกัมพูชา หลังเหตุชาวเกาหลีถูกหลอกไปทำงานและถูกกักขังในกัมพูชา
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังมีชาวเกาหลีหลายคนถูกหลอกไปทำงานและถูกกักขังไว้ในพื้นที่ดังกล่าว
คำเตือนนี้ถือเป็น “ระดับพิเศษ” ซึ่งหมายความว่าควรงดเดินทางไปโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีหลายจังหวัดของกัมพูชาที่อยู่ในระดับเตือนสูงสุด เช่น สีหนุวิลล์ เกาะกง และพระตะบอง
กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ขอให้ผู้ที่อยู่ในกัมพูชาเพิ่มความระมัดระวัง และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับคำเตือนอีกครั้งหากจำเป็น

อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็จับตัวคนร้ายได้แล้วค่ะ และต้องรอดูว่าการจัดการหลังจากนี้ระหว่างระเทศจะทำอย่างไรกันต่อนะคะ?
ที่มา: เว็บไซต์ต่างประเทศ https://cambojanews.com/south-korea-to-set-up-korean-desk-in-cambodia-after-students-murder/ , https://www.chosun.com/english/national-en/2025/10/13/WYYTF3BYOVGYLLNJBVXIRP4S2A/ , กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ https://x.com/mofa_kr/status/1977569986949583134