เขมรรวบ “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์ ส่งตัวกลับจีนทันที

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

8 มกราคม 2569

เขมรรวบ “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์ ส่งตัวกลับจีนทันที

จากประเด็นร้อนที่สะเทือนสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เมื่อ ประเทศไทย เริ่มปฎิบัติการ ปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ในบริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งรวมถึง กัมพูชา และนำไปสู่การไล่ล่าตัวผู้อิทธิพลกับธุรกิจสีเทาต่าง ๆ ในกัมพูชา แต่ถึงอย่างนั้น กัมพูชา ได้ให้ความร่วมมือและสามารถจับกุมตัว 1 เจ้าพ่อสแกมเมอร์ได้แล้ว

วันนี้ (8 ม.ค. 69) สื่อท้องถิ่นกัมพูชา Khmer Times รายงานอ้างอิงจาก กระทรวงมหาดไทยแห่งกัมพูชา ระบุว่า เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ถูกจับกุมและส่งตัวไปยังประเทศจีน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป ในข้อหาเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ

กระทรวงฯ ออกแถลงการณ์ว่า ภายใต้กรอบความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการกัมพูชาได้จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี จีเหลียง และเส้า จีฮุย และส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนแล้ว

“ปฏิบัติการนี้ดำเนินการเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ภายหลังจากการประสานงานสืบสวนร่วมกันเป็นเวลาหลายเดือนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาชนจีน”

กระทรวงฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สัญชาติกัมพูชาของ เฉิน จื้อ ถูกเพิกถอนโดยพระราชกฤษฎีกาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

ด้าน ทัช โซคฮัก รองโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว เกิดขึ้นตามคำขอของทางการจีน และเป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา

ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เฉิน จื้อ ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่หลอกลวงเหยื่อทั่วโลกและเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์

โดยทางการสหรัฐฯ ได้ตรวจยึดบิตคอยน์ มูลค่าประมาณ 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับเฉินหรือการดำเนินงานของ เฉิน จื้อ และตั้งข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงินกับธุรกิจต่าง ๆ อาทิ การพนันออนไลน์และการขุดคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย รวมถึง ทางการอังกฤษ ได้อายัดธุรกิจและทรัพย์สินของเฉินในอังกฤษ รวมถึงคฤหาสน์มูลค่า 12 ล้านยูโร และอาคารสำนักงานมูลค่า 100 ล้านยูโรในลอนดอน ตามมาด้วยการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในสิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง

ข้อมูล : Khmer Times