สิ่งที่เกิดขึ้นใน สงครามตะวันออกกลาง นับตั้งแต่ความรุนแรงจากการโจมตี รวมถึงผลกระทบที่นานาชาติได้รับ ทั้งทางเศรษฐกิจ หรือพลังงาน ล่าสุดได้รับการเปิดเผยว่า เป็นความตั้งใจของคู่ขัดแย้งหลักอย่าง สหรัฐอเมริกา ซึ่งอ้างว่า ต้องลงมือเพื่อไม่ให้โลกถูกทำลาย

(19 พ.ค. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวยอมรับว่า ตนรู้ดีว่าสงครามกับอิหร่านนั้น ว่าไม่เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่จำเป็นที่จะต้องทำ
“ทุกคนบอกผมว่า (สงคราม) ไม่เป็นที่นิยม แต่ผมคิดว่ามันเป็นที่นิยมมาก แต่ไม่ว่ามันจะเป็นที่นิยมหรือไม่ ผมก็ต้องทำ เพราะผมจะไม่ยอมให้โลกถูกทำลายในยุคของผมเด็ดขาด และจะไม่มีทางเกิดขึ้น” ทรัมป์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง ทั้งด้านเศรษฐกิจ และราคาพลังงานก๊าซ ที่ปัจจุบันตกลงอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เป็นเรื่องเล็กน้อยหากต้องแลกกับการหยุดนิวเคลียร์ของอิหร่าน
“ผมคิดว่าตลาดหุ้นจะร่วงลง 25 เปอร์เซ็นต์ และผมก็โอเคกับเรื่องนั้น เพื่อที่จะกำจัดภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นได้” ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
“มันคงจะเป็นหายนะนิวเคลียร์ ดังนั้น การลดลง 25 เปอร์เซ็นต์จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เมื่อเราสามารถกำจัดหายนะนิวเคลียร์ได้ ดังนั้น คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผม”
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นในขณะที่คะแนนความนิยมของ โดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งผลสำรวจเดียวกันนี้ยังพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ไม่คิดว่าการตัดสินใจของทรัมป์ที่จะเข้าร่วมกับอิสราเอลในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษกับอิหร่านนั้น คุ้มค่ากับผลที่ตามมา หรือว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะดีขึ้น ถึงอย่างนั้น ทรัมป์ บอกว่า “ในทางการเมือง ผมทำได้ดี”
ด้าน สำนักข่าว ISNA แห่งอิหร่าน รายงานว่า โมฮัมเหม็ด อัครามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน ย้ำว่า อิหร่านจะยังคงบริหารจัดการช่องแคบต่อไป พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้อง “เคารพชาติอิหร่าน และเคารพสิทธิอันชอบธรรมของสาธารณรัฐอิสลาม”
สอดคล้องกับเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค) ที่ผ่านมา อิหร่าน ประกาศจัดตั้งหน่วยงานบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย เพื่อจัดการการจราจรทางน้ำ ในขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามได้ขู่ว่าจะกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตสำหรับสายเคเบิลใยแก้วนำแสงอินเทอร์เน็ต ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขอบคุณข้อมูล : The Guardian
