กัมพูชา เดินหน้า ลุย “เก็บกู้ทุ่นระเบิด” ชี้ ไม่เกี่ยวกับคำขอของไทย
แพทตี้ อีจัน
7 ตุลาคม 2568

ท่ามกลางกระแสประชาชนจับตาดูสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลกัมพูชา ล่าสุดได้ออกมายืนยันถึงการเดินหน้าแผนการดำเนินเก็บกู้ระเบิดในหลายพื้นที่หลายจังหวัดตามแนวชายแดนแล้ว
วานนี้ (6ต.ค.68) สื่อกัมพูชา รายงานว่า สำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแห่งกัมพูชา(CMAA) ประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เรื่องโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่กว่า 41 เฮกตาร์ (10,000 ตารางเมตร) ซึ่งเน้นไปที่บริเวณที่มีชุมชนอาศัยไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ใกล้แนวชายแดน
โดยรัฐมนตรีอาวุโสและรองประธานคนแรกของ CMAA นายลย ทึก (Ly Thuch) กล่าวว่า โครงการนี้ทำเพื่อประโยชน์โดยตรงกับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างปลอดภัย ทั้งในการเกษตรและชีวิตประจำวัน โดยดำเนินการภายใต้แผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของรัฐบาลอย่างสมบูรณ์ ไม่เกี่ยวข้องกับคำร้องขอใดๆ จากประเทศไทยและไม่ได้ดำเนินการในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง

ซึ่งเป้าหมาย คือ การมอบที่ดินที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความหวัง ให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และก้าวสู่อนาคตที่มั่งคั่งยิ่งขึ้น โดยกล่าวหลังจาก CMAA ลงนามข้อตกลงฉบับใหม่กับศูนย์กลางแห่งชาติด้านกองกำลังรักษาสันติภาพ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม (NPMEC) ซึ่งสังกัดกองทัพกัมพูชา
โดยโครงการนี้มีมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ 41.79 ตารางกิโลเมตร ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย, อุดรมีชัย, เสียมราฐ, พระตะบอง, พระวิหาร และพุสัตว์ ทุ่นระเบิดจึงถือเป็นประเด็นอ่อนไหวในความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทยมายาวนาน ขณะที่กองทัพไทยเคยกล่าวหากัมพูชาว่า ได้วางทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลรุ่น PMN-2 ใหม่ และกัมพูชาได้ปฏิเสธมาโดยตลอด
พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างเคร่งครัด แม้จะมีข้อพิพาทแต่ทั้ง 2 ประเทศได้จัดตั้ง คณะทำงานร่วมเพื่อประสานงานด้านมนุษยธรรม (JCTF) เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อกำกับดูแลการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนตามข้อตกลงจากการประชุมใหญ่คณะกรรมการชายแดน (GBC) ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเกาะกงเมื่อต้นเดือน
โดยกัมพูชายังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่มากที่สุด จากผลของความขัดแย้งยาวนานหลายทศวรรษ ทำให้ยังคงมีทุ่นระเบิด วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด และระเบิดตกค้าง ที่คุกคามความปลอดภัยของประชาชน แม้จะมีความก้าวหน้าในการกวาดล้างไปมากแล้วก็ตาม เนื่องจากเดิมทีรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้กัมพูชาเป็นประเทศปลอดทุ่นระเบิดภายในปี 2025 แต่ปัจจุบันได้ขยายเวลาไปถึงปี 2030 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่ยังเหลืออยู่มาก
