ทรัมป์โจมตี 7 ชาติในปีเดียว สวนทาง “ผดุงสันติภาพ”
บวรวัฒน์ อีจัน
5 มกราคม 2569

จากปฏิบัติการระอุรับต้นปี 2569 เมื่อ สหรัฐอเมริกา โจมตีทางอากาศสู่กรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา และสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกช็อกไปตามกันคือ การเข้าควบคุมตัว นิโกลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ประธานาธิบดีเวเนฯ และภริยา ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดในสหรัฐฯ ด้วยเหตุการณ์นี้ ทำให้เป็นที่ถกเถียงว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น สวนทางกับคำว่า ผดุงสันติภาพ ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยหาเสียงไว้หรือไม่ ?

(4 ม.ค. 69) สื่อต่างประเทศ Seasia Stats ได้เปิดเผยข้อมูลความแตกต่างระหว่างคำพูดหาเสียง และความเป็นจริงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ตั้งใจจะฟื้นฟูสันติภาพโลกและยุติความขัดแย่งต่อนานาชาติ แต่ถึงอย่างนั้น ปี 2568 กลับเกิดการโจมตีทางอากาศใส่ถึง 7 ประเทศด้วยกัน
เริ่มจาก ตะวันออกกลาง ปฏิบัติการเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีด้วยการโจมตีในอิรัก (มีนาคม 2025) และเยเมน (มีนาคม-พฤษภาคม 2025) ตามด้วย อิหร่าน ในเดือนมิถุนายน ซึ่งความตึงเครียดนี้ ดูเหมือนจะปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี โดยมีการบันทึกเหตุการณ์ทิ้งระเบิดใน ซีเรีย ในเดือนธันวาคม 2025

รวมถึง แอฟริกา ในขณะเดียวกัน กองกำลังสหรัฐฯ ปฏิบัติการอยู่ในโซมาเลีย (กุมภาพันธ์–มิถุนายน 2025) และขยายปฏิบัติการไปยัง ไนจีเรีย ภายในเดือนธันวาคม 2025
และ อเมริกาใต้ ประเทศล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาในรายชื่อนี้คือ เวเนซุเอลา ซึ่งเผชิญกับการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2026
ซึ่งภาพรวมทั้งหมด ในขณะที่ฝ่ายบริหารสัญญาว่าจะถอนตัวออกจาก “สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า เส้นทางสู่เป้าหมายด้านเสถียรภาพของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น กลับเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทางทหารในหลายพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทั่วโลก โดยเวเนซุเอลา เป็นแนวหน้าล่าสุดในยุทธศาสตร์ทางทหารที่ดำเนินอยู่นี้
ขอบคุณข้อมูล : Seasia Stats