ตัดสัมพันธ์เด็ดขาด เกาหลีเหนือแก้รัฐธรรมนูญ นิยาม เกาหลีใต้ เป็น รัฐศัตรู

ขวัญ อีจัน

ขวัญ อีจัน

17 ตุลาคม 2567

ตัดสัมพันธ์เด็ดขาด เกาหลีเหนือแก้รัฐธรรมนูญ นิยาม เกาหลีใต้ เป็น รัฐศัตรู

ยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง และไม่มีท่าทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ กับ เกาหลีใต้ จะรื้อฟื้นคืนดีได้อย่างไร ล่าสุด เกาหลีเหนือ ได้มีการเปลี่ยนแปลงคำนิยาม เกาหลีใต้ ในรัฐธรรมนูญของประเทศ โดยระบุว่า เกาหลีใต้ คือ รัฐศัตรู 

วันที่ 17 ต.ค. 67 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวความเคลื่อนไหวสถานการณ์ระหว่างสองเกาหลีที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เกาหลีใต้ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการส่งโดรนเข้าไปยังกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของประเทศ แม้ โสมขาว จะออกมาปฏิเสธในช่วงแรก ก่อนจะเงียบหายไปไม่ได้มีการอ้างอิงหลักฐานใด ๆ เพิ่มเติม ซึ่งนั่นสร้างความไม่พอใจให้กับ โสมแดง เป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่น้องสาวของผู้นำ คิม จอง อึน ออกมา ประกาศกร้าวว่า จะมีการตอบโต้เกาหลีใต้อย่างแน่นอน ก่อนที่ในเวลาต่อมา เกาหลีเหนือได้ทำการระเบิดถนน-ทางรถไฟที่เชื่อมไปยังเกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   

ส่วนสถานการณ์ล่าสุดนั้น ยังไม่มีท่าทีว่าความตึงเครียดดังกล่าวจะยุติลงอย่างไร เมื่อเกาหลีเหนือได้มีการปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีการแก้ไขคำนิยาม ประเทศเกาหลีใต้ ที่ระบุในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า เป็นรัฐที่ไม่เป็นมิตร หรือ รัฐศัตรู นั่นเอง 

รัฐสภาของเกาหลีเหนือซึ่งไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด ๆ ได้มีการประชุมกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่สื่อของรัฐยังไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าว โดย คิม จองอึน ได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมรัฐสภาครั้งนั้น เพื่อกำหนดให้เกาหลีใต้เป็นศัตรูตัวฉกาจของประเทศ และยกเลิกเป้าหมายการรวมกันของสองเกาหลีอย่างสันติ รวมถึงกำหนดขอบเขตอธิปไตยและอาณาเขตของเกาหลีเหนือ 

Screenshot

สำนักข่าวกลางเกาหลีรายงานว่า การรื้อถอนส่วนต่างๆ ของเส้นทางถนนและทางรถไฟระหว่างเกาหลีตอนเหนือบางส่วนเมื่อไม่นานนี้ “เป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งดำเนินการตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือ ซึ่งกำหนดให้เกาหลีใต้เป็นรัฐที่เป็นศัตรูอย่างชัดเจน” 

ทั้งนี้ คิม จองอึน เคยมีการเรียกร้องให้รัฐสภาเกาหลีเหนือทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้เปลี่ยนคำนิยามของเกาหลีใต้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้หลายคนประหลาดใจเพราะจะเป็นการลบล้างความคิด หรือความฝันของบรรพบุรุษชาวเกาหลีเหนือที่อยากจะเห็นสองเกาหลีรวมกันอย่างสันติอีกครั้ง  

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : 8newsnow, thehindu, economictimes.indiatimes