ทำเนียบขาว ยืนยันจะทำตามกฎหมาย แม้ “ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่าน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

31 มีนาคม 2569

ทำเนียบขาว ยืนยันจะทำตามกฎหมาย แม้ “ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่าน

(30 มี.ค. 69) คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่าง สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ในยุติการสู้รบศึกสงครามตะวันออกกลาง

ลีวิตต์ กล่าวว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่าง 2 ประเทศยังคงดำเนินอยู่ และสิ่งใดก็ตามที่พวกเขากล่าวกับเราเป็นการส่วนตัว จะต้องได้รับการตรวจสอบ

เราจะทำให้แน่ใจว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของพวกเขา และหากไม่เป็นเช่นนั้น ประธานาธิบดีได้ชี้แจงถึงผลที่ตามมาทางทหารที่ระบอบอิหร่านจะต้องเผชิญ หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามคำพูดที่เราได้ยินเป็นการส่วนตัวอยู่เบื้องหลัง” ลีวิตต์ กล่าว

เมื่อ (29 มี.ค. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้นำมาซึ่ง “การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน” อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้นำของอิหร่านถูกสังหารในการโจมตี โดยเฉพาะ อยาตอลเลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ก่อนที่ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี จะถูกรับเลือกให้สืบทอดตำแหน่ง

“ระบอบการปกครองหนึ่งถูกทำลายล้างไปหมดแล้ว พวกเขาตายหมดแล้ว ระบอบการปกครองต่อไปก็แทบจะตายหมดแล้วเช่นกัน” ทรัมป์ กล่าว พร้อมบอกเป็นนัยว่า อิหร่านได้ก้าวเข้าสู่ “ระบอบการปกครองที่สาม” ซึ่งประกอบด้วยผู้นำที่มีเหตุผลมาก โดย ลีวิตต์ ได้กล่าวสนับสนุนคำพูดของทรัมป์ด้วย

“เมื่อประธานาธิบดีกล่าวว่า มีเหตุผลมากขึ้น นั่นหมายความว่าเบื้องหลังฉากในการสนทนาส่วนตัวนั้น บุคคลเหล่านี้ดูมีเหตุผลมากกว่าผู้นำคนก่อน ๆ บางคน ซึ่งตอนนี้ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เพราะพวกเขาโกหกสหรัฐอเมริกาและหลอกลวงเราในการเจรจา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีรับไม่ได้ และนั่นเป็นเหตุผลที่ผู้นำคนก่อนๆ หลายคนถูกสังหาร” ลีวิตต์ กล่าว

เมื่อถูกถามถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินของสงคราม ที่ ประเทศอาหรับ ได้จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของสงคราม ทั้งคูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อครั้งสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1990-1991 และสงครามครั้งนี้ ถูกมองว่า ประเทศอาหรับ จะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายหรือไม่

ลีวิตต์ กล่าวว่า ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดี (ทรัมป์) สนใจอย่างยิ่งที่จะเรียกร้องให้พวกเขาทำแบบนั้น ฉันจะไม่พูดล่วงหน้าในเรื่องนี้ แต่แน่นอนว่ามันเป็นแนวคิดที่ฉันรู้ว่าท่านมีอยู่ และเป็นสิ่งที่คุณน่าจะได้ยินจากท่านเพิ่มเติมในอนาคต

นอกจากนี้ ลีวิตต์ กล่าวถึงประเด็นที่ ทรัมป์ ประกาศขู่เตรียมถล่ม 4 แหล่งพลังงานสำคัญของอิหร่าน อย่าง โรงไฟฟ้า-บ่อน้ำมันดิบ-โรงผลิตน้ำจืด และเกาะคาร์ก หากไม่ดำเนินการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

“แน่นอนว่ารัฐบาลนี้และกองทัพสหรัฐฯ จะดำเนินการภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเสมอ แต่ในส่วนของการบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดของปฏิบัติการ Epic Fury ประธานาธิบดีทรัมป์ จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และเขาคาดหวังว่าระบอบการปกครองของอิหร่าน จะทำข้อตกลงกับฝ่ายบริหารเพื่อจุดประสงค์นั้น”

“นี่เป็นโอกาสครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้งสำหรับอิหร่าน ที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง คือการกำจัดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของตน และมาเจรจาข้อตกลงกับประธานาธิบดีและคณะบริหาร หรือมิเช่นนั้น พวกเขาจะต้องเผชิญกับผลร้ายแรงจากกองกำลังติดอาวุธของสหรัฐฯ อีกครั้ง” ลีวิตต์ กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูล : PEOPLE