“ฮุน เซน” ลั่น ไม่ง้อไทยเปิดด่าน จะปิดอีก 500 ปี ก็ไม่ทำให้กัมพูชาล่มสลาย
บวรวัฒน์ อีจัน
5 พฤศจิกายน 2568

ภายหลัง (26 ต.ค. 68) การลงนามสู่สันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีสักขีพยานคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งมี 8 กรอบความร่วมมือร่วมกัน อาทิ การจัดตั้งกลไกผู้สังเกตการณ์อาเซียนต่อการหยุดยิง, ลดความตึงเครียดด้วยการถอนอาวุธหนัก และทำลายล้างสูงออกจากแนวชายแดน, ละเว้นการเผยแพร่หรือส่งเสริมการใช้ข้อมูลเท็จ, ดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดนตามที่ตกลงกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เป็นต้น นั้น

(4 พ.ย. 68) สมเด็จเตโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นต่อการลงนามสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา เผย แม้จะรู้สึกยินดี แต่ต้องชี้แจงจากการที่ผู้นำไทย พูดถึงประเด็นการเปิดจุดผ่านแดน ซึ่งอาจกลายเป็นหัวข้อหาเสียงเลือกตั้ง ยัน นับตั้งแต่ไทยปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่เคยไปขอให้ไทยเปิดด่านกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว ลั่น จะปิดต่อไปอีก 100 ปี หรือ 500 ปี ก็เป็นเรื่องของไทย และที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้กัมพูชาล่มสลาย

โพสต์ระบุว่า
นับตั้งแต่มีการลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชา-ไทย ระหว่างนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายกรัฐมนตรีไทย ภายใต้การอำนวยความสะดวกของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และประธานาธิบดีสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์
เราสังเกตเห็นว่า มีความคืบหน้าที่เด่นชัดอย่างมาก นับตั้งแต่การประชุม JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม) และ RBC (คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค) ไปจนถึงการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่พิพาทในขั้นแรก ภายใต้การตรวจสอบและรับรอง ของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) นี่คือเส้นทางที่มุ่งไปสู่การยุติหรือลดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเราทุกคนควรยินดีด้วย
แม้จะรู้สึกยินดี แต่ผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ประชาชนชาวกัมพูชาทราบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเปิดจุดผ่านแดนกัมพูชา-ไทยอีกครั้ง เพราะในช่วงหลังมานี้ ผู้นำไทยบางส่วน ได้หยิบยกเรื่องการเปิดจุดผ่านแดนกลับมาพูดถึงอย่างมาก ซึ่งอาจกลายเป็นหัวข้อสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึงในประเทศไทย
การที่ผู้นำไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรีไทย พูดถึงเรื่องการเปิดจุดผ่านแดนบ่อยครั้งเช่นนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนชาวกัมพูชาหรือประชาชนชาวไทย ว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ไปร้องขอให้ฝ่ายไทยเปิดด่านกลับมา ผมไม่ต้องการให้ประชาชนชาวกัมพูชาต้องนอนหลับไปพร้อมกับความเข้าใจผิดนั้น
สำหรับประชาชนชาวไทยนั้น เป็นเรื่องภายในของไทย ที่อาจถูกหลอกล่อเพื่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยที่การเปิดจุดผ่านแดนกลายเป็นหัวข้อหาเสียงด้วยเช่นกัน
สำหรับประชาชนชาวกัมพูชา ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า นับตั้งแต่ที่ฝ่ายไทยปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่เคยไปขอให้ไทยเปิดด่านกลับมา
ไทยจะปิดต่อไปอีก 100 ปี หรือ 500 ปี ก็เป็นเรื่องของไทย เพราะกุญแจอยู่ในมือของไทย การปิดที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้กัมพูชาล่มสลาย แต่ตรงกันข้าม กลับทำให้สินค้าภายในประเทศเข้ามาแทนที่สินค้าไทย ซึ่งเป็นโอกาสในการส่งเสริมให้การผลิตในประเทศเติบโตขึ้น
ผมได้บอกกับคณะผู้แทนมิตรประเทศว่า การที่ไทยปิดจุดผ่านแดนกับกัมพูชานั้น ไม่ใช่แค่การตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างกัมพูชา-ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดขาดความเชื่อมโยงของอาเซียนและเอเชียด้วย แล้วถนนหลวงอาเซียน (ASEAN highway) , ทางรถไฟอาเซียน และถนนหลวงเอเชียจะไปอยู่ที่ใด?
หวังว่าสารนี้จะไปถึงผู้นำไทย และประชาชนชาวไทย ว่า กัมพูชาไม่ได้ร้องขอให้ไทยเปิดจุดผ่านแดนกลับมา และหวังว่าประชาชนชาวกัมพูชาจะไม่เข้าใจผิดว่า ผู้นำกัมพูชาทำตัวต่ำต้อยไปขอให้ไทยเปิดจุดผ่านแดนกลับมาเช่นกัน
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia
