อินโดฯ คิกออฟ WFH ทุกวันศุกร์ สู้พิษน้ำมันแพงจากสงคราม
แพทตี้ อีจัน
1 เมษายน 2569

อินโดนีเซีย เริ่มแล้ว WFH ทุกวันศุกร์!
วานนี้ (31 มี.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศเริ่มนโยบายให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน (Work-From-Home: WFH) ทั่วประเทศสัปดาห์ละหนึ่งวัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก
นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า นโยบายดังกล่าวจะกำหนดให้ข้าราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นทำงานที่บ้านทุกวันศุกร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบวัฒนธรรมการทำงานแห่งชาติ 8 ประการ เพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลมากขึ้น
การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยให้รัฐบาลประหยัดเงินชดเชยค่าน้ำมันได้โดยตรงถึง 6.2 ล้านล้านรูเปียห์ ประมาณ 11,900 – 12,000 ล้านบาท และลดการใช้จ่ายด้านน้ำมันของภาคประชาชนลงได้สูงถึง 59 ล้านล้านรูเปียห์ ประมาณ 114,371 ล้านบาท จากการลดการเคลื่อนย้าย

นายฮาร์ตาร์โต ระบุว่า นี่คือมาตรการเชิงรุกเพื่อตอบสนองต่อพลวัตของโลก ในขณะที่เศรษฐกิจของอินโดนีเซียยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ
นอกจากการทำ WFH แล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการรัดเข็มขัดอื่นๆ ควบคู่กันไป ได้แก่
– ลดการใช้รถยนต์ส่วนกลางลงร้อยละ 50 (ยกเว้นรถที่ใช้ในภารกิจปฏิบัติการและรถยนต์ไฟฟ้า)
– ตัดงบการเดินทางไปต่างประเทศลงร้อยละ 70 และการเดินทางในประเทศร้อยละ 50
– ยกเลิกรายจ่ายที่ไม่สำคัญ เช่น การจัดประชุมหรืองานพิธีการต่างๆ เพื่อนำงบประมาณไปใช้ในภาคส่วนที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง เช่น การฟื้นฟูภัยพิบัติในเกาะสุมาตรา
อย่างไรก็ตาม นโยบาย WFH นี้ มีข้อยกเว้นสำหรับงานบริการสาธารณะที่จำเป็น เช่น ด้านสาธารณสุข ความมั่นคง การสุขาภิบาล รวมถึงภาคส่วนยุทธศาสตร์อย่าง พลังงาน อาหาร การขนส่ง โลจิสติกส์ และการเงิน ซึ่งยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตามปกติ
สำหรับภาคเอกชน รัฐบาลได้ให้กระทรวงแรงงานออกหนังสือเวียนเพื่อขอความร่วมมือในการปรับใช้แนวทาง WFH ตามความเหมาะสมของแต่ละอุตสาหกรรม ในขณะที่สถานศึกษาในระดับประถมจนถึงมัธยมศึกษายังคงจัดการเรียนการสอนแบบเผชิญหน้า (Face-to-face) 5 วันต่อสัปดาห์ตามเดิม
ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังเตรียมยกระดับการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานด้วยนโยบาย B50 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ถึง 4 ล้านกิโลลิตร และประหยัดงบประมาณอุดหนุนได้กว่า 48 ล้านล้านรูเปียห์ พร้อมทั้งนำระบบบาร์โค้ด MyPertamina มาใช้จำกัดการซื้อน้ำมันไม่เกิน 50 ลิตรต่อคัน (ยกเว้นรถขนส่งสาธารณะ) เพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
แล้วลูกเพจล่ะคะ คิดยังไงกับนโยบาย WFH อยากให้มีที่ไทยมั้ย หรืออยากให้ไทยสู้พิษสงครามครั้งนี้ยังไง?