คิม จองอึน ควงลูกสาว คุมทดสอบขีปนาวุธ หัวรบแม่นยำสูง
บวรวัฒน์ อีจัน
7 ชั่วโมงก่อนหน้า

(19 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ควงคู่กับลูกสาว คิม จูแอ ได้กำกับควบคุมการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ และอาวุธยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งล่าสุด จากการทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้งที่ผ่านมาของประเทศ รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือรบ และระเบิดคลัสเตอร์

รายงานระบุว่า ขีปนาวุธทางยุทธวิธี 5 ลูก ซึ่งติดตั้งหัวรบแบบระเบิดกระจาย และหัวรบแบบทุ่นระเบิดแตกกระจาย ถูกยิงไปยังพื้นที่เป้าหมายรอบเกาะที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 136 กิโลเมตร โจมตีพื้นที่ขนาด 12.5-13 เฮกตาร์ด้วยความหนาแน่นสูงมาก แสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพทางการรบอย่างเต็มที่ ซึ่งแถลงการณ์ระบุว่า การทดสอบครั้งนี้มีจุดประสงค์ “เพื่อประเมินอำนาจการทำลายล้างของหัวรบของขีปนาวุธทางยุทธวิธีพื้นสู่พื้นรุ่นปรับปรุงใหม่ Hwasongpho-11 Ra”
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว KCNA รายงานว่า คิม จองอึน ได้แสดงความพึงพอใจต่อผลการทดสอบอย่างมาก และบ่งชี้ว่า การพัฒนาและการนำหัวรบระเบิดคลัสเตอร์แบบต่าง ๆ มาใช้ สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีที่มีความหนาแน่นสูงเพื่อปราบปรามพื้นที่เป้าหมายเฉพาะ ตลอดจนขีดความสามารถในการโจมตีที่มีความแม่นยำสูง
“นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีที่มีความหนาแน่นสูง” คิม จองอึน กล่าวผ่านสำนักข่าว KCNA

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธพื้นสู่พื้นรุ่น Hwasong-11 Ka ที่ติดตั้งหัวรบแบบระเบิดกระจาย ซึ่งระบุว่า สามารถทำลายเป้าหมายใด ๆ ก็ได้ในพื้นที่ 6.5-7 เฮกตาร์ (16 ถึง 17.2 เอเคอร์) ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ซึ่งเดิมที เกาหลีเหนือเคยทดสอบหัวรบระเบิดลูกปรายมาก่อนแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า สงครามกับอิหร่าน อาจเป็นแรงกระตุ้นให้เกาหลีเหนือ แสดงให้เห็นว่าตนมีอาวุธระเบิดลูกปราย และเร่งพัฒนาอาวุธที่ดีกว่าเดิม
นับตั้งแต่การเจรจาทางการทูตด้านนิวเคลียร์ ระหว่าง คิม จองอึน (เกาหลีเหนือ) กับ โดนัลด์ ทรัมป์ (สหรัฐอเมริกา) ล้มเหลวในปี 2019 เกาหลีเหนือได้ผลักดันการขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์และจัดหาอาวุธไฮเทคหลากหลายชนิด อาวุธเหล่านั้นรวมถึงขีปนาวุธนิวเคลียร์หลายหัวรบ อาวุธความเร็วเหนือเสียง และขีปนาวุธนำวิถีจากเรือดำน้ำ ซึ่งการครอบครองอาวุธเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสให้เกาหลีเหนือสามารถเอาชนะระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้อย่างมาก

ทั้งนี้ ทรัมป์ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับ สี จิ้นผิง ที่เลื่อนมาจากกำหนดการเดิมในเดือนพฤษภาคม ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ล่าสุดของเกาหลีเหนือ อาจมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจากับสหรัฐฯ ในอนาคต เนื่องจากการประชุมระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง อาจเป็นการเปิดโอกาสทางการทูตกับเกาหลีเหนือ
ขอบคุณข้อมูล : WKRN
