มีใครให้มากกว่านี้อีกไหม?
วานนี้ (24 ก.พ. 68) สื่อต่างประเทศ ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดทึ่งของ “เหงียน เซิน ตุง” หนุ่มเวียดนามวัย 37 ปี ที่เปลี่ยนร่างเป็นคนละคน ซึ่งเขาเคยมีน้ำหนักสูงถึง 170 กก. แต่สุดท้ายกลับเหลือเพียง 75 กก.ภายในปีเดียวเท่านั้น เขาทำได้อย่างไร?
รายงานระบุว่า เมื่อปี 2020 “เหงียน เซิน ตุง” ได้กลับมาประเทศเวียดนามอีกครั้ง หลังจากออกไปศึกษาแพทย์แผนตะวันออกในประเทศจีนเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้แผนการและโครงการต่าง ๆ ของเขาไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ

ซึ่งในช่วงเวลานั้นเอง เขาได้เริ่มมีนิสัยกินขนมหวานเป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีวิถีชีวิตนอนดึกและนอนตอนกลางวัน ส่งผลให้น้ำหนักตัวของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ว่า “เหงียน เซิน ตุง” จะมีความสูงถึง 183 ซม. แต่ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกว่า 170 กก. ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยได้ง่าย และเวียนหัวอยู่เสมอ ก่อนที่ต่อมาเขาจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เขาเป็นโรคเบาหวาน , ความดันโลหิตสูง , ไขมันพอกตับ , โรคข้อเสื่อม และความผิดปกติของการเผาผลาญ
และด้วยมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเขาอ่อนแอลง และเจ็บป่วยได้ง่าย ใบบางครั้งอาการป่วยของเขารุนแรงมาก จนพ่อแม่ต้องคอยเฝ้าดูแลเขาทั้งคืน เพราะกลัวว่าลูกชายจะหยุดหายใจ ด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ลง ขี้หลงขี้ลืม ความจำก็เสื่อมลง กระดูกสันหลังเสื่อม และมีไขมันในช่องท้องสูง ทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปได้อย่างยากลำบาก “แค่หายใจก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว” เหงียน เซิน ตุง กล่าว

หลังจากเทศกาลตรุษจีนปี 2023 “เหงียน เซิน ตุง” รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเสื่อมลงอย่างรุนแรง และเมื่อเห็นว่าพ่อแม่ตัวเอง แก่ตัวลง เขาจึงตัดสินใจลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจัง
ในช่วงเริ่มต้น ด้วยร่างกายของเขามีน้ำหนักมาก ไม่สามารถว่ายน้ำได้ ทำได้เพียงเดินใต้น้ำหรือจับขอบสระ ปั่นจักรยานในน้ำ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว จากนั้นเขาจึงฝึกว่ายน้ำท่าผีเสื้อและท่ากบเพื่อเผาผลาญน้ำหนักให้เร็วขึ้น
และด้วยการออกกำลังกายในน้ำนี้เอง ทำให้เซิน ตุง รู้สึกผ่อนคลาย และสบายตัว นอกจากนี้ เขายังทำการคาร์ดิโอ ออกแรงต้าน และยกน้ำหนัก เพื่อเร่งเผาผลาญไขมันอย่างรวดเร็ว โดยเซินตุงจะออกกำลังกาย วันละ 4-5 ชม. แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา เช้า-บ่าย พร้อมตั้งเป้าหมายเผาผลาญไขมัน 1,400 กิโลแคลอรีต่อการฝึก 1 ครั้ง
รายงานระบุว่า เขามักจะรู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย เนื่องจากร่างกายหนัก เท้ามีเหงื่อออกทำให้ระคายเคือง และมีฝีหนองใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ เขามีภาวะโรคหัวใจ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงต้องติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจของเขาอย่างใกล้ชิด

ในด้านโภชนาการ เขาจะหลีกเลี่ยงการรับประทานขนม เพื่อหลีกเลี่ยงระดับอินซูลินที่พุ่งสูง โดยเลือกอาหารที่มีน้ำตาลในระดับปานกลางถึงต่ำ พร้อมเน้นโปรตีน สตรอเบอร์รี่ , มันเทศ , แครอท , ถั่วลิสง และโยเกิร์ต ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือดมากนัก
การรับประทานอาหารของเขา ถูกแบ่งออกเป็น 6 มื้อเล็ก ๆ ต่อวัน ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต ผัก และไม่ปรุงรส และด้านการทำอาหารจะเน้นการนึ่ง ต้ม หรือซอสไร้น้ำมัน นอกจากนี้ เขายังรับประทานกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ และช่วยในการใช้พลังงาน
หลังจากเริ่มรู้สึกมีแรงมากขึ้น เซินตุง ได้เริ่มเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ และพยายามเพิ่มระดับความยากขึ้น เพื่อท้าทายตัวเอง เมื่อเขาลดน้ำหนักลงเหลือ 105 กก. เขาจึงลงสมัครเข้าร่วมวิ่งมาราธอน 21 กม. และวิ่งเทรล 35 กม.

และในที่สุดความพยายามมานานกว่า 1 ปีก็สำเร็จ “เหงียน เซิน ตุง” สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม จากน้ำหนักเดิม 170 กิโลกรัม ปัจจุบันเขายังคงรักษาน้ำหนักไว้ที่ 95 กิโลกรัม สำหรับเขานั้น การลดน้ำหนักถือเป็นการรักตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างมีวินัย
หลังจากสิ้นสุดคอร์สลดน้ำหนัก “เหงียน เซิน ตุน” ได้ตัดสินใจที่จะมาเป็นแพทย์ในศูนย์ที่เคยช่วยเหลือเขาในการลดน้ำหนักนี้ ด้วยความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาก่อนหน้านี้
ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริง ๆ ขอแค่มีวินัย และโฟกัสอย่างแน่วแน่ คุณก็สามารถทำได้..
ขอบคุณข้อมูล : SOHA
https://soha.vn/ngu-cung-so-tat-tho-chang-trai-len-nui-giam-75kg-trong-12-thang-198250224140855434.htm
