เอาจริงดิ! จีนงัดไม้เด็ดเพิ่มราคาภาษีถุงยางมากขึ้นครั้งแรกในรอบ 30 ปี  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

17 ธันวาคม 2568

เอาจริงดิ! จีนงัดไม้เด็ดเพิ่มราคาภาษีถุงยางมากขึ้นครั้งแรกในรอบ 30 ปี  

เพิ่มราคาเเล้ว! หลังคนกำเนิดน้อยลง 

จากประเทศที่เคยคุมกำเนิดเข้มงวด วันนี้จีนกลับลำ หลังประกาศเพิ่มราคาถุงยางอนามัยครั้งแรกในรอบ 30 ปี เพราะกลัวประชากรลดลง  

วันนี้ (17 ธ.ค. 68) สื่อต่างประเทศ New york post รายงานว่า ขณะนี้ประเทศจีนกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับประชากรในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจีนได้ออกนโยบายใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้วิกฤตนี้ด้วยการเก็บภาษีของถุงยาง ยาคุม และอุประกรณ์คุมกำเนิดทั้งหมดเพิ่มขึ้น  ครั้งแรกในรอบ 30 ปีหลังจากเคยเป็นข้อยกเว้นมาอย่างยาวนาน  

มาตรการดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายด้านการคุมกำเนิดจะสูงขึ้น แต่รัฐบาลจีนคาดหวังว่า เมื่อควบคู่กับมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น เงินอุดหนุน และการเพิ่มวันลาคลอด จะช่วยจูงใจให้ประชาชนตัดสินใจมีบุตรมากขึ้น  

นอกจากเก็บภาษีทางรัฐบาลได้เพิ่มนโยบายต่างๆมาเพื่อช่วยสนับสนุน ทั้งการยกเว้นภาษีให้บริการดูแลเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ และหน่วยงานดูแลผู้พิการ รวมถึงการขยายสิทธิวันลาคลอด โดยในเมืองใหญ่อย่างกรุงปักกิ่ง ระยะเวลาลาคลอดเพิ่มจาก 128 วัน เป็น 158 วัน พร้อมมีข้อเสนอให้กำหนดวันลาพ่อแบบได้รับค่าจ้างสูงสุด 30 วัน  

นโยบายเหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน หากย้อนกลับไปในอดีต จีนเคยใช้นโยบาย ลูกคนเดียว อย่างเข้มงวดมานานหลายสิบปี ก่อนจะยกเลิกในปี 2559 ส่งผลให้โครงสร้างประชากรเสียสมดุล และอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 อัตราการเกิดเฉลี่ยของจีนเหลือเพียง 6.77 คนต่อประชากร 1,000 คน 

แม้จะยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวมาหลายปีแล้ว แต่จำนวนประชากรจีนซึ่งปัจจุบันอยู่ราว 1.4 พันล้านคน กลับลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2643 ประชากรจีนอาจลดลงเหลือเพียง 633 ล้านคน  

ขณะที่ปีที่ผ่านมา จีนมีเด็กเกิดใหม่เพียง 9.54 ล้านคน ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากเมื่อสิบปีก่อนโดยที่ต้นทุนการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี พุ่งสูงถึงราว 538,000 หยวน หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยเลือกชะลอ หรือหลีกเลี่ยงการมีบุตร 

อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า การเก็บภาษีอุปกรณ์คุมกำเนิดอาจเป็นเพียงมาตรการเชิงสัญลักษณ์ และอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาประชากรในระยะยาวมากนัก ขณะเดียวกัน วงการแพทย์ออกมาเตือนว่า การทำให้ถุงยางอนามัยมีราคาสูงขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาดของ HIV ซึ่งในจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสวนทางกับหลายประเทศทั่วโลก 

ทำเอาเกิดเป็นกระแสถกเถียงบนโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตตั้งคำถามว่า “ในเมื่อค่าครองชีพยังสูงอยู่แล้ว การเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการคุมกำเนิด จะช่วยให้คนตัดสินใจมีลูกมากขึ้นได้จริงหรอ?” 

ทั้งนี้ การเพิ่มภาษีถุงยางยังถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับคนไทย แล้วลูกเพจคิดว่า มาตรการแบบนี้ของจีนจะช่วยแก้ปัญหาอัตราการเกิดได้จริงมั้ย หรือจะยิ่งทำให้คนไม่อยากมีลูกมากกว่าเดิม?