ความขัดแย้งจากสงครามตะวันออกกลาง ที่ลากยาวนานสู่เดือนที่ 2 ยังส่งเอฟเฟกต์ต่อโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงของนานาชาติ แต่ไม่เพียงเท่านั้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตโลก หลังล่าสุด อิหร่านออกคำขู่ตัด “สายเคเบิลใต้น้ำ” ซึ่งเปรียบเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการสื่อสารและข้อมูล

(22 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานอ้างอิงจากสื่ออิหร่านว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ออกคำเตือน เตรียมตัดสายเคเบิลข้อมูลใต้น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่พาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่า หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น อาจทำให้ล่มทั่วอ่าวเปอร์เซีย
“ความเสียหายพร้อมกันต่อสายเคเบิลหลักหลายเส้น ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำโดยเจตนา อาจทำให้เกิดสัญญาณดับอย่างรุนแรงทั่วอ่าวเปอร์เซีย” IRGC กล่าว
รายงานดังกล่าว เน้นย้ำถึงช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เพียงแต่ในฐานะจุดคอขวดด้านพลังงาน แต่ยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับเคเบิลใต้น้ำที่ให้บริการประเทศต่าง ๆ รอบอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นยุทธศาสตร์น้ำมันที่สำคัญระดับโลก รวมถึงเป็นเส้นทางดิจิทัลที่สำคัญ เนื่องจากมีเครือข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสงหนาแน่นอยู่ใต้ผืนน้ำ ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังสำหรับการสื่อสารทั่วโลก หากสายเคเบิลเหล่านี้ขาด ผลกระทบจะขยายไปไกล เนื่องจากสายเคเบิลเหล่านี้รองรับปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในภูมิภาค ประมาณ 17% ถึง 30% โดยเชื่อมต่อเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งพลังงานให้กับศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Amazon, Microsoft และ Google
ขอบคุณข้อมูล : Times of India
