งานหนักเกิน! ญี่ปุ่นครูลาหยุดสูงเป็นประวัติการณ์ จาก “ปัญหาสุขภาพจิต”

Phetchan

Phetchan

5 กุมภาพันธ์ 2567

งานหนักเกิน! ญี่ปุ่นครูลาหยุดสูงเป็นประวัติการณ์ จาก “ปัญหาสุขภาพจิต”

อาชีพครูที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับการลาหยุดเพราะอาการผิดปกติทางจิตสูง และความสนใจที่อยากเป็นครูของวัยรุ่นลดลง

เว็บไซต์จีนไทยนิวส์ รายงานผลสำรวจจากกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่นพบครูในประเทศลาหยุดเนื่องด้วยอาการผิดปกติทางจิตสูงเป็นประวัติการณ์ในปีงบประมาณ 2022 ด้วยจำนวน 6,539 คน ซึ่งตอกย้ำผลกระทบจากความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการศึกษา

รายงานระบุว่า ตัวเลขจากการสำรวจระหว่างเดือนเมษายน 2022 จนถึงเดือนมีนาคม 2023 เพิ่มขึ้น 642 คน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 และคิดเป็นร้อยละ 0.71 ของครูทั้งหมดในโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย รวมถึงโรงเรียนเด็กพิเศษ

คณะผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าภาระงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และความจำเป็นของการดำเนินมาตรการป้องกันการติดเชื้อ อาจมีส่วนส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของครูที่ลาหยุดด้วยปัญหาสุขภาพจิต

(240108) — YOKOHAMA, Jan. 8, 2024 (Xinhua) — Girls walk to attend a Coming of Age Day ceremony in Yokohama, Japan, Jan. 8, 2024. Coming of Age Day is a public holiday in Japan held annually on the second Monday of January. With the enactment of the revised Civil Code in April 2022, the age of adulthood was lowered to 18 from 20. (Xinhua/Zhang Xiaoyu)

การสำรวจพบว่า ช่วงสองปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดโรคระบาดใหญ่ จำนวนครูที่ลาหยุดเนื่องด้วยปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,300 คน ซึ่งทำลายสถิติแนวโน้มครูลาหยุดเนื่องด้วยปัญหาสุขภาพจิตที่ก่อนหน้านี้ทรงตัวอยู่ที่ราว 5,000 คน

รายงานระบุว่า ภาวะขาดแคลนครูในโรงเรียนของญี่ปุ่นถือเป็นปัญหาร้ายแรง โดยคนรุ่นใหม่วัยหนุ่มสาวสนใจจะเป็นครูลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะมองว่ามีภาระงานหนักหน่วง ขณะเดียวกันมีครูลาหยุดเนื่องด้วยเจ็บป่วยหรือคลอดบุตรเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนั้นการสำรวจพบว่าครูที่ลาหยุดเนื่องด้วยปัญหาสุขภาพจิตมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี (1,867 คน) ตามด้วยช่วงอายุ 50-59 ปี ช่วงอายุ 40-49 ปี และช่วงอายุ 20-29 ปี

ทั้งนี้ กระทรวงฯ วางแผนจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ผ่านการปฏิรูปรูปแบบการทำงาน ซึ่งรวมถึงลดงานเอกสารและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://www.jeenthainews.com/global-news/103675_20240205?fbclid=IwAR3dvPrt4bjs-biFpbiVBQ2q_6zkW9uhYA1lfLYFywr8AET1cBwE0J7Vh9M