แปลกแต่จริง! ฝาแฝดเผยเรื่องช็อก ตรวจ DNA พบมี “พ่อคนละคน” 

แปลกแต่จริง! 2 สาวฝาแฝด ชาว UK เผยเรื่องราวสุดช็อก ตรวจ DNA พบมี “พ่อคนละคน” ซ้ำ คนที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของทั้งคู่

แปลก! แต่มีอยู่จริง เป็นฝาแฝดกัน แต่มีพ่อคนละคน 

2 พ.ค.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ รายงานว่า มิเชลล์ และ ลาวิเนีย ออสบอร์น (Michelle and Lavinia Osbourne) คู่แฝดหญิงสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกหลังจากเปิดเผยผ่านรายการ The Gift ว่าพวกเธอพบความจริงที่น่าเหลือเชื่อจากการตรวจ DNA ว่า พวกเธอมีพ่อแท้ๆ เป็นคนละคนกัน 

ปรากฏการณ์ทางชีววิทยาที่หาได้ยากยิ่งนี้เรียกว่า heteropaternal superfecundation ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไข่มากกว่าหนึ่งใบถูกปล่อยออกมาในรอบเดือนเดียวกัน และถูกผสมเชื้อโดยอสุจิจากผู้ชายคนละคนกันในระยะเวลาใกล้เคียงกัน กรณีของมิเชลล์และลาวิเนียถือเป็น เคสแรกที่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นเพียงไม่ถึง 20 ครั้งทั่วโลก 

มิเชลล์ เผยว่าเธอมีความสงสัยลึกๆ มาโดยตลอด เนื่องจากเธอรู้สึกว่าตนเองไม่มีความคล้ายคลึงกับ เจมส์ (James) ชายที่เธอเชื่อว่าเป็นพ่อมาทั้งชีวิตเลย เธอจึงตัดสินใจซื้อชุดตรวจ DNA มาทดสอบด้วยตนเอง ซึ่งผลการตรวจถูกส่งมาถึงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่แม่ของพวกเธอเสียชีวิต 

ผลการตรวจ ยืนยันว่า เจมส์ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของมิเชลล์ แต่พ่อของเธอคือชายที่ชื่อว่า อเล็กซ์ (Alex) ซึ่งเป็นน้องชายของเพื่อนแม่ จากการสืบค้นข้อมูล มิเชลล์พบว่าอเล็กซ์ต้องต่อสู้กับอาการติดสุราและยาเสพติดจนกลายเป็นคนไร้บ้านในที่สุด 

ในตอนแรก ลาวิเนียคิดว่าเธอก็น่าจะเป็นลูกของอเล็กซ์เช่นเดียวกับมิเชลล์ แต่เมื่อเห็นรูปถ่ายของอเล็กซ์ เธอกลับรู้สึกแบบเดียวกับที่มิเชลล์รู้สึกต่อเจมส์ คือไม่มีความคล้ายคลึงกันเลย เธอจึงตัดสินใจตรวจ DNA ของตนเองเพื่อความชัดเจน 

ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความตกใจซ้ำสอง เมื่อพบว่าลาวิเนีย ไม่ใช่ลูกของทั้งเจมส์และอเล็กซ์ แต่พ่อแท้ๆ ของเธอคือชายที่ชื่อว่า อาร์เธอร์ (Arthur) ซึ่งปัจจุบันลาวิเนียได้พบกับอาร์เธอร์แล้วและมีการติดต่อกันหลายครั้งต่อเดือน โดยเธอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกเหมือนได้พบที่ที่ฉันควรจะอยู่ และที่นั่นคือการได้อยู่กับพ่อของฉัน” 

แม้ความลับของครอบครัวจะถูก เปิดเผย แต่ทั้งสองพี่น้องเลือกที่จะอุทิศเรื่องราวนี้ให้กับแม่ผู้ล่วงลับ ซึ่งมีประวัติชีวิตที่ยากลำบากจากการถูกทำร้ายโดยพ่อเลี้ยงและต้องเข้าออกสถานรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่เด็กหลังจากย้ายมาจากจาเมกา ลาวิเนีย กล่าวว่า แม้พวกเธอจะอยากรู้ความจริงเร็วกว่านี้ แต่เธอก็ “ให้อภัยแม่สำหรับทุกอย่าง” 

ท้ายที่สุด มิเชลล์และลาวิเนีย ยังคงยืนยันในสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น โดยลาวิเนียกล่าวว่า “การที่เราทั้งคู่รอดพ้นกระบวนการนั้นมาได้และมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อเล่าเรื่องราว พวกเราคือปาฏิหาริย์ และเราจะมีความใกล้ชิดต่อกันที่จะไม่มีวันถูกทำลายได้” 

ขณะที่มิเชลล์ เสริมว่า “การค้นพบนี้ไม่ได้พรากอะไรไปจากเธอเลย เพราะลาวิเนียยังคงเป็นฝาแฝดของเธอเสมอ”