ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ลาออก ไม่หนุนสงครามอิหร่าน ซัด “ทรัมป์” โดนปั่นหัว

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 มีนาคม 2569

ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ลาออก ไม่หนุนสงครามอิหร่าน ซัด “ทรัมป์” โดนปั่นหัว

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับ สงครามตะวันออกกลาง ยืดเยื้อสู่สัปดาห์ที่ 3 ซึ่งต้นตอมาจาก สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เซ่นชะงักโครงการอาวุธนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลใจต่อนานาชาติ และรวมถึง บุคคลภายในของสหรัฐฯ เองด้วย นั้น

(17 มี.ค. 69) โจ เคนท์ (Joe Kent) ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (National Counterterrorism Center) และผู้สนับสนุนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากสงครามอิหร่าน

“หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ ผมไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่านได้ ด้วยจิตสำนึกที่ดี อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อสหรัฐฯ” โจ เคนต์ กล่าวผ่าน X

“เห็นได้ชัดว่า เราเริ่มสงครามนี้เนื่องจากแรงกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้อเมริกันที่มีอิทธิพล”

โดย โจ เคนท์ ได้ระบุจดหมายกล่าวถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า เขาสนับสนุนค่านิยมของประธานาธิบดีในช่วงวาระแรก แต่ชี้ชัดว่า ทรัมป์ถูกชักจูงไปในทางที่ผิดโดยชาวอิสราเอล และเขาไม่สามารถสนับสนุน “การส่งคนรุ่นต่อไปไปต่อสู้และเสียชีวิตในสงครามที่ไม่มีประโยชน์ และไม่คุ้มค่ากับชีวิตของชาวอเมริกัน”

ต่อมา คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวของ โจ เคนท์ พร้อมระบุข้อความว่า “ดังที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาแล้ว เขามีหลักฐานที่หนักแน่นและน่าเชื่อถือว่าอิหร่านจะโจมตีสหรัฐอเมริกาก่อน”

“การตัดสินใจดังกล่าว คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าอิหร่านให้การสนับสนุนการก่อการร้าย สังหารชาวอเมริกัน มีโครงการขีปนาวุธที่ใช้เป็นเกราะกำบังโครงการนิวเคลียร์ และไม่ใช้ประโยชน์จากความพยายามทางการทูตของสหรัฐฯ”

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เคลื่อนไหวต่อการตัดสินใจลาออกของ โจ เคนท์ ยอมรับว่าไม่ได้รู้จักดีมากนัก แต่เห็นได้ว่า เขาอ่อนแอเรื่องความมั่นคงมาก

“ผมคิดเสมอว่าเขาเป็นคนดี แต่ผมคิดเสมอว่าเขาอ่อนแอเรื่องความมั่นคง อ่อนแอมาก ๆ”
ทรัมป์ กล่าว

“เมื่อผมอ่านแถลงการณ์นั้น ผมก็คิดว่าการที่เขาออกไปเป็นเรื่องดี เพราะเขาบอกว่าอิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคาม อิหร่านเป็นภัยคุกคาม ทุกประเทศต่างรู้ดีว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามมากแค่ไหน ดังนั้นเมื่อมีคนทำงานกับเรา แล้วบอกว่าพวกเขาไม่คิดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม เราไม่ต้องการคนเหล่านั้น พวกเขาไม่ใช่คนฉลาด พวกเขาไม่ใช่คนที่มีไหวพริบ”

ขอบคุณข้อมูล : The Guardian