ศาลเกาหลีใต้ สั่ง “จำคุกตลอดชีวิต” อดีตครูแทงเด็กวัย 8 ขวบดับ อ้างทำไปเพราะซึมเศร้า 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

21 ตุลาคม 2568

ศาลเกาหลีใต้ สั่ง “จำคุกตลอดชีวิต” อดีตครูแทงเด็กวัย 8 ขวบดับ อ้างทำไปเพราะซึมเศร้า 

*มีอาชีพเป็นครู 

*ฆ่าเด็กแค่ 8 ขวบ  

*อ้าง เป็น ภาวะซึมเศร้า   

ทุกคิดว่าไง? 

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ต่างประเทศของเกาหลีใต้ รายงานความคืบหน้าหลังจากเกิดเหตุสลด อดีตครูฆาตกรรมนักเรียนวัยเพียง 8 ขวบ ล่าสุดถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตแล้ว 

ในเหตุการณ์ถ้าไล่เรียงมาเริ่มตั้งแต่ น.ส.มย็อง แจวาน อายุ 48 ปี อดีตครูผู้ถูกกล่าวหาว่าแทงเด็กหญิง คิม แฮ-นึล วัย 8 ขวบ จนเสียชีวิตที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในแทจอน ซึ่ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในการพิจารณาคดีครั้งแรก 

โดยย้อนกลับไป วันที่ 10 ก.พ. เวลาประมาณ 17.00 น..มย็อง แจวาน ได้ซื้ออาวุธในวันเกิดเหตุและนำมาที่โรงเรียน และได้ล่อลวงเด็กหญิงที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังเลิกเรียนในเมืองแทจอน ให้ไปยังโกดังห้องโสตทัศนูปกรณ์ พร้อมวางแผนฆ่าเด็กหญิงไร้ทางสู้ นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่าทำลายคอมพิวเตอร์ในห้องแล็บของโรงเรียนด้วยเท้า และก่อเหตุรุนแรง เช่น บีบคอเพื่อนร่วมงานและกดทับอย่างแรง  

ด้านศาลแขวงแทจอน แผนกคดีอาญาที่ 12 (ผู้พิพากษาประธาน คิม บยอง-มัน) ได้พิจารณาคดีครั้งแรกว่าผู้กระทำความผิด ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาต่างๆ รวมถึงการละเมิดพระราชบัญญัติการลงโทษที่รุนแรงสำหรับอาชญากรรมเฉพาะ (ลักพาตัวเพื่อแสวงหากำไร ฯลฯ) และตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ศาลยังสั่งให้ติดอุปกรณ์ติดตามอิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลา 30 ปี โดยอัยการเรียกร้องให้มีโทษประหารชีวิตเมื่อวันที่ 22 ก.ย.68 โดยระบุว่า “อาการป่วยทางจิตของจำเลย เช่น โรคซึมเศร้า ดูเหมือนจะไม่ใช่สาเหตุที่ก่ออาชญากรรม การฆาตกรรมเด็กผู้บริสุทธิ์อย่างโหดร้ายและคำร้องขอลงโทษอย่างรุนแรงของครอบครัวเหยื่อควรได้รับการพิจารณา  ในขณะเดียวกัน สำนักงานการศึกษามหานครแทจอน ได้จัดตั้งคณะกรรมการวินัยขึ้นและได้มีมติให้ปลดมย็อง แจวานออกจากตำแหน่งทันที และภายใต้พระราชบัญญัติการลงโทษที่รุนแรงสำหรับอาชญากรรมเฉพาะ การลักพาตัวหรือล่อลวงผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 13 ปี และสังหารบุคคลดังกล่าวมีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต  โดยฝั่งของ มย็อง แจวาน ก็ได้อ้างในศาลเช่นกัน ว่าเขาอยู่ในภาวะซึมเศร้าในขณะที่ก่ออาชญากรรม แต่ศาลไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้ ศาลกล่าวว่าแม้ว่าภาวะซึมเศร้าของจำเลยอาจมีอิทธิพลต่อการก่อให้เกิดอาชญากรรม แต่ก็ไม่สามารถเป็นเหตุให้การกระทำความผิดนี้ชอบธรรมได้ และถึงแม้ว่าจำเลยจะมีสภาพจิตใจที่ผิดปกติอยู่บ้าง แต่ก็ยากที่จะพิจารณาว่านี่เป็นเหตุบรรเทาโทษสำหรับความผิด เมื่อพิจารณาถึงกระบวนการคัดเลือกเหยื่อ การวางแผนก่ออาชญากรรม และการดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ศาลตัดสินว่าจำเลยไม่มีความสามารถในการควบคุมการกระทำของตนเองในขณะนั้น ศาลอธิบายว่าการกระทำของจำเลยหลังเกิดเหตุ เช่น การทำลายโทรศัพท์มือถือของเหยื่อและการปิดไฟในที่เกิดเหตุเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ 

ซึ่งจากพฤติการณ์ ศาล แจงต่อว่า จำเลยจะระบายความโกรธด้วยการล่อลวงเด็กที่อ่อนแอซึ่งควบคุมได้ง่ายที่สุด เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของอาชญากรรมและความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเหตุผลที่จะแยกจำเลยออกจากสังคมอย่างถาวร  โดยอัยการ ได้เผยเพิ่มเติมว่าความโกรธของจำเลย ซึ่งมีความความรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้งในครอบครัว กดดันจากการทำงานและการปรับตัวเข้ากับที่ทำงานไม่ได้ ทำให้เขาก่อเหตุฆาตกรรมนักเรียนประถมที่อ่อนแอกว่าตัวเองอย่างโหดเหี้ยม 

รวมถึงทางครอบครัวของเหยื่อ ได้เผยหลังศาลพิพากษาว่า ศาลตัดสินจำคุกจำเลยตลอดชีวิต ซึ่งอนุญาตให้พักโทษได้ และประกาศว่ายังไงก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อ  

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องราวที่น่าหดหู่มากค่ะ และคงต้องเป็นเรื่องของการดำเนินคดีต่อไป อีจัน แสดงความเสียใจด้วยนะคะ  

ที่มา: เว็บไซต์ต่างประเทศ  https://www.chosun.com/english/national-en/2025/10/20/2FJ6QUAMTBDODIWHBLUSP6DLJM/