โอ้ยยย สงสารคนป่วย
วานนี้ (21 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เกิดเหตุความรุนแรงปะทุขึ้นในพื้นที่ตะวันออกของประเทศ เมื่อชาวบ้านที่โกรธแค้นบุกเผาศูนย์รักษาโรคอีโบลาและปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่พอใจมาตรการจัดการศพที่เข้มงวดของรัฐบาล ซึ่งขัดต่อประเพณีท้องถิ่น
เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้ เกิดขึ้นในเมืองรวัมพารา (Rwampara) จังหวัดอีตูรี (Ituri)
เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าทำลายสิ่งของและจุดไฟเผาศูนย์รักษาโรคอีโบลา โดยมีชนวนเหตุสำคัญเกิดจากการเสียชีวิตของ Eli Munongo Wangu นักฟุตบอลท้องถิ่นที่ต้องสงสัยว่าเสียชีวิตจากไวรัสอีโบลา โดยครอบครัวและเพื่อนฝูงของเขาปฏิเสธที่จะให้เจ้าหน้าที่ทำการฝังศพตามมาตรการความปลอดภัย (Safe Burial) และต้องการนำร่างของเขากลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแบบดั้งเดิม

พยานในที่เกิดเหตุ ระบุว่า ตำรวจต้องตัดสินใจยิงปืนขู่และใช้แก๊สน้ำตาเพื่อพยายามสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่กำลังบุกเผาเต็นท์ผู้ป่วย ส่งผลให้เต็นท์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าร่างของผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งรายที่รอการฝังถูกเผาไปพร้อมกับอาคารด้วย
ด้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ร่างของผู้เสียชีวิตจากอีโบลามีความเสี่ยงสูงในการแพร่กระจายเชื้อ ดังนั้นการทำศพจึงต้องดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่สวมชุดป้องกันมิดชิด
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ถูกมองว่า “ไร้ความเมตตา” สำหรับคนท้องถิ่น เนื่องจากประเพณีดั้งเดิมมักรวมถึงการอาบน้ำ การสัมผัสศพ และการรวมตัวกันของญาติมิตรจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการระบาด
Jean Claude Mukendi ผู้บัญชาการตำรวจในจังหวัดอีตูรี ยืนยันว่า “ศพทุกร่างต้องได้รับการฝังตามกฎระเบียบที่วางไว้” แม้ว่าครอบครัวจะต้องการนำศพกลับบ้านก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ในการควบคุมโรค คล้ายกับเหตุการณ์ในช่วงปี 2561-2563 ที่ศูนย์การแพทย์หลายแห่งถูกโจมตีจากความเข้าใจผิดของคนในพื้นที่ ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจกับชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งและเดินหน้าควบคุมการระบาดต่อไป
แล้วลูกเพจล่ะคะ มีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?

