สส.สหรัฐฯ ร้องใช้ รธน. ถอน “ทรัมป์” พ้นผู้นำประเทศ เซ่นสงครามตะวันออกกลาง
บวรวัฒน์ อีจัน
7 เมษายน 2569

ต้องยอมรับว่า สงครามตะวันออกกลาง ที่ลากยาวสู่สัปดาห์ที่ 6 เนื่องด้วย สหรัฐอเมริกา เดินหน้าแสดงท่าทีชัดเจนต่อประเทศขัดแย้งอย่าง อิหร่าน ด้วยการกดดันสู่ การเปิดช่องแคบฮฮร์มุซ แหล่งยุทธศาสตร์ขนส่งทางเรือที่สะเทือนไปทั้งเศรษฐกิจโลก นั้น ล่าสุด นักการเมืองในสหรัฐฯ เหมือนจะไม่พอใจการกระทำของทรัมป์ เช่นเดียวกัน

(6 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคน ออกโรงประณาม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้กล่าวคำขู่ครั้งล่าสุดต่อสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอิหร่าน ล้วนเต็มไปด้วยข้อความที่หยาบคาย รวมถึงตั้งคำถามถึงความมั่นคงทางจิตใจ

ด้าน ยัสซามิน อันซารี (Yassamin Ansari) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชื้อสายอิหร่าน พรรคเดโมแครต ตัวแทนรัฐแอริโซนา ได้เรียกร้องให้ใช้มาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี โดยให้เหตุผลว่า ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว
“ทรัมป์กำลังขยายสงครามที่ผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ข่มขู่ว่าจะก่ออาชญากรรมสงครามครั้งใหญ่ และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในอิหร่าน ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา คำพูดของเขาก้าวข้ามขีดจำกัดทุกอย่างไปแล้ว พีท เฮกเซธ มีส่วนร่วมในเรื่องนี้
ฉันได้เรียกร้องให้ใช้มาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญ และกำลังยื่นญัตติถอดถอนเฮกเซธออกจากตำแหน่ง” อันซารี กล่าว

ทั้งนี้ บทแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 25 ของสหรัฐอเมริกา ถือเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ที่กำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับ การสืบตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดี ในกรณีที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ระบุว่า
ประธานาธิบดีสามารถถูกปลดออกจากตําแหน่งได้ หากรองประธานาธิบดีและเสียงข้างมาก ของหัวหน้าหน่วยงานฝ่ายบริหารหลัก หรือคณะรัฐมนตรี เห็นตรงกันว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และใช้อํานาจตามตําแหน่งได้ หาก
ประธานาธิบดีคัดค้านการประเมินดังกล่าว และรองประธานาธิบดีกับคณะรัฐมนตรียังคงยืนยันความเห็นเดิม รัฐสภาจะเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย โดยต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จากทั้งสองสภา จึงจะปลดประธานาธิบดีได้อย่างเป็นทางการ
จับตาว่าจะมีผลกระทบต่อเก้าอี้เจ้าอำนาจ ทรัมป์ อย่างไร ?
ขอบคุณข้อมูล : Al Jazeera