กัมพูชา ผ่านร่างกฎหมาย “ปราบโกงออนไลน์” คนบงการ จำคุกตลอดชีวิต
บวรวัฒน์ อีจัน
30 มีนาคม 2569

นับตั้งแต่ที่ กัมพูชา เพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดประเทศไทย ถูกยกให้เป็น 1 ในประเทศที่มีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใหญ่อันดับต้นของโลก ซึ่งทำให้เกิดการต่อต้านจากชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ทั้งจีน รวมถึงสหรัฐอเมริกา ล่าสุดดูเหมือนว่า แรงกดดันดังกล่าว จะเริ่มเห็นผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในกัมพูชาแล้ว

วันนี้ (30 มี.ค. 69) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สภาแห่งชาติกัมพูชา อนุมัติร่างกฎหมายต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งมีการกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต สำหรับผู้นำขบวนการ โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าร่วมประชุม 112 คน ได้อนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นเอกฉันท์
ร่างกฎหมายฉบับนี้ระบุว่า หัวหน้าขบวนการแก๊งฉ้อโกงทางออนไลน์ จะเจอโทษจำคุก 15-30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หากการกระทำของพวกเขา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย
สำหรับหัวหน้าฐานฉ้อโกงออนไลน์ จะต้องโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับสูงสุด 1 พันล้านเรียล (ราว 8.19 ล้านบาท) และหากตรวจสอบพบว่ามีการใช้ความรุนแรง การทรมาน การกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมิชอบ การค้ามนุษย์ หรือการบังคับใช้แรงงานร่วมด้วย จะต้องโทษเพิ่มเป็น 10-20 ปี และปรับสูงสุด 2 พันล้านเรียล (ราว 16.39 ล้านบาท) ส่วน ผู้ที่ฉ้อโกงออนไลน์ จะถูกจำคุกระหว่าง 2-5 ปี และปรับสูงสุด 500 ล้านเรียล (ราว 4.09 ล้านบาท)

ด้าน เกิด ริทธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแห่งกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาเป็น 1 ในประเทศที่อาชญากร ใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการฉ้อโกงทางออนไลน์ ซึ่งอาชญากรรมนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม แต่ทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าว จะเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม และเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือ โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ จะต้องได้รับการตรวจสอบขั้นสุดท้ายจากวุฒิสภา ก่อนที่จะส่งให้พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงประกาศบังคับใช้
กัมพูชา เริ่มปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ทั่วประเทศอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อรักษาความมั่นคงทางสังคม ความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย และเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ โดยมุ่งกำจัดศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ทั้งหมด ภายในเดือนเมษายนปีนี้
ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวซินหัว (XINHUA)