ตะวันออกกลาง ตึงจัด!
ล่าสุดวันนี้ (22 เม.ย.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อิหร่านออกคำเตือนอย่างรุนแรงไปยังกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ โดยระบุว่า หากยินยอมให้มีการใช้ดินแดนของตนเป็นฐานในการโจมตีอิหร่าน จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการผลิตน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง
นายอาเมียร์ อาลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซื่อเป็นหน่วยงานทหารหลักที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิหร่าน ได้ส่งข้อความเตือนผ่านสำนักข่าว Mehr ของอิหร่าน ว่า “หากดินแดนของพวกเขาถูกใช้เพื่อต่อต้านอิหร่าน พวกเขาต้องบอกลาการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางได้เลย”
คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น และเป็นคำเตือนโดยตรงต่อประเทศเพื่อนบ้านที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการยกระดับความขัดแย้ง

ทั้งนี้ ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งทางกรุงเตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่เป็นที่ตั้งของทรัพย์สินและฐานกำลังของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (21 เม.ย.69) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศขยายระยะเวลาการหยุดยิงและการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านออกไป เพื่อเปิดทางให้อิหร่านมีเวลาในการจัดทำ “ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ” (unified proposal)
ซึ่งการขยายเวลาหยุดยิงนี้ เกิดขึ้นตามคำร้องขอของเจ้าหน้าที่ปากีสถาน ซึ่งสวมบทบาทเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยปากีสถานได้ช่วยประสานงานจนเกิดการหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.69 และเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพรอบแรกไปเมื่อวันที่ 11 เม.ย.69 ที่ผ่านมา
ยังคงต้องจับตาดูกันต่อค่ะ ว่าบทสรุปจะเป็นยังไง?
เพราะอย่างที่เราเห็นๆ กัน คือ สงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ สะเทือนไทยไม่น้อยเลย
