ฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลัง “คัลแมกี” ถล่ม ดับทะลุ 100 ศพ
บวรวัฒน์ อีจัน
6 พฤศจิกายน 2568

เซ่นเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ ต่อพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี นับตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตมากถึง 100 ชีวิตแล้ว
วันนี้ (6 พ.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้มีคำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉิน ภายหลังเผชิญมรสุมพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 114 ราย และสูญหายเกือบ 130 รายแล้ว นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดที่พัดถล่มประเทศในปีนี้

รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำ จากการน้ำท่วมฉับพลัน และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในจังหวัดเซบูทางตอนกลางของประเทศ ขณะที่ สำนักงานป้องกันพลเรือน กล่าวว่า เหตุพายุไต้ฝุ่นคัลแมกีพัดถล่มนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนฟิลิปปินส์เกือบ 2 ล้านคน และทำให้ชาวบ้านมากกว่า 560,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย รวมถึงผู้อพยพเกือบ 450,000 คนไปยังศูนย์พักพิงฉุกเฉิน
การประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน” ครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมกับเจ้าหน้าที่รับมือภัยพิบัติ เพื่อประเมินผลพวงของพายุไต้ฝุ่น จะทำให้รัฐบาลสามารถเบิกจ่ายเงินฉุกเฉินได้เร็วขึ้น และป้องกันการกักตุนอาหารและราคาแพงเกินไป
ทั้งนี้ ทางการฟิลิปปินส์ ยังคงรับมือกับผลกระทบอันร้ายแรงของพายุคัลแมกี โดยเจ้าหน้าที่ตอบสนองภัยพิบัติได้เตือนว่าพายุไซโคลนเขตร้อนอีกลูกจากมหาสมุทรแปซิฟิก อาจทวีกำลังแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงและพัดถล่มฟิลิปปินส์ ตอนเหนือ ในช่วงต้นสัปดาห์หน้าอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศ Bloomberg รายงานว่า พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี จ่อเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามในวันนี้ โดยมีลมกรรโชกแรงจนต้นไม้หักโค่น และเตรียมเกิดฝนตกหนักทั่วพื้นที่ปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของประเทศ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเวียดนาม ระบุว่า พายุลูกนี้อยู่ห่างจากเมืองกวีเญิน ไปทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ 270 กิโลเมตร (168 ไมล์)และมีแนวโน้มที่จะขึ้นฝั่งในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีหรือเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น
ทั้งนี้ ลมแรงสูงสุดต่อเนื่องของพายุคัลแมกี ได้เพิ่มกำลังขึ้นเป็น 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากที่ระบบทวีกำลังแรงขึ้นในน่านน้ำอุ่นของทะเลจีนใต้ ซึ่งเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 4 ในระดับ 5 ขั้นของมาตราแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน
ขอบคุณข้อมูล : The Guardian และ Bloomberg
“อีจัน” ขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ