ทรัมป์ ลั่น อยากได้น้ำมันอิหร่าน ซ้ำรอยเวเนฯ จ้องยึด “เกาะคาร์ก” ด้วย
บวรวัฒน์ อีจัน
30 มีนาคม 2569

ครบ 1 เดือนกับ สงครามตะวันออกกลาง ระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีกำหนดเส้นตายยุติสงคราม ในต้นเดือนเมษายนนี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทรัมป์ แสดงความต้องการควบคุม ฐานน้ำมันโลก ที่อยู่ในการครอบครองของอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้สงครามไม่จบโดยง่าย
วันนี้ (30 มี.ค. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยถึงเจตนาในการมุ่ง “ยึดน้ำมันในอิหร่าน” และอาจยึด เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมัน

ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่า “ความต้องการคือการควบคุมน้ำมัน” โดยเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ เวเนซุเอลา ที่สหรัฐฯ ตั้งใจจะควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันอย่างไม่มีกำหนด หลังจากเปิดปฏิบัติโค่นล้มผู้นำเผด็จการ นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
“พูดตามตรง สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการยึดน้ำมันจากอิหร่าน แต่คนโง่บางคนในสหรัฐฯ ถามว่า ‘ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น?’ แต่พวกเขาก็แค่คนโง่” ทรัมป์ กล่าว
“บางทีเราอาจจะยึดเกาะคาร์ก หรือบางทีเราอาจจะไม่ยึดก็ได้ เรามีทางเลือกมากมาย นั่นหมายความว่าเราจะต้องอยู่ที่นั่น (บนเกาะคาร์ก) สักพัก” ทรัมป์ กล่าว

คำกล่าวของทรัมป์ครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งได้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 และอยู่ในภาวะวิกฤต ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ใน 1 เดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันจันทร์ในเอเชีย ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานการณ์การป้องกันของอิหร่านบนเกาะคาร์ก ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเขามีการป้องกันใด ๆ เราสามารถยึดเกาะนั้นได้อย่างง่ายดาย”
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการขู่ยึดการผลิตน้ำมันของอิหร่าน แต่ ทรัมป์ เน้นย้ำว่า การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่านผู้แทนปากีสถาน กำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี พร้อมกำหนดเส้นตายต่ออิหร่าน ในการยุติสงคราม วันที่ 6 เมษายนนี้ มิฉะนั้นจะเผชิญกับการโจมตีภาคพลังงานของสหรัฐฯ

“เราเหลือเป้าหมายอีกประมาณ 3,000 เป้าหมาย เราทิ้งระเบิดไปแล้ว 13,000 เป้าหมาย และยังมีเป้าหมายอีกสองสามพันเป้าหมายที่ต้องจัดการ ฉะนั้นข้อตกลงน่าจะทำได้ค่อนข้างเร็ว” ทรัมป์ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ ได้อ้างอีกว่า อิหร่านเกิด “การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” ไปแล้ว หลังจากที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในช่วงเริ่มต้นสงคราม
“กลุ่มคนที่เรากำลังติดต่อด้วยนั้นเป็นกลุ่มคนที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาเป็นมืออาชีพมาก” ทรัมป์ กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : Financial Time