IRGC ประกาศความภักดี “โมจตาบา คาเมเนอี” นั่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน
แพทตี้ อีจัน
9 มีนาคม 2569

IRGC ประกาศความภักดีต่อ “โมจตาบา คาเมเนอี” หลังได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่าน
วันนี้ (9 มี.ค.69) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 8 มี.ค.69 สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านประกาศว่าอยาตอลเลาะห์ เซย์เยด โมจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ลำดับที่ 3 ของอิหร่าน โดยได้รับคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์จากคณะผู้แทนทรงเกียรติของสภาฯ
โมจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อปี 2512 เป็นบุตรชายของอาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถูกสังหารในการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ประกาศความภักดีต่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ทันที พร้อมแสดงความพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของเขา หลังจากมีการประกาศดังกล่าว

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าโมจตาบาจะขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านตั้งแต่ก่อนมีประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่างออกมาส่งสัญญาณข่มขู่อิหร่านในเรื่องนี้ โดยเมื่อวันพุธ ที่ 4 มี.ค.69 ที่ผ่านมา อิสราเอลขู่ว่าไม่ว่าอิหร่านจะเลือกใครเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ บุคคลนั้นจะเป็น “เป้าหมายที่จะถูกกำจัด”
เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 5 มี.ค.69 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยกับสื่อสหรัฐฯ ว่าเป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” ที่โมจตาบา คาเมเนอี จะขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน และตัวเขาจะต้องมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำคนต่อไปของอิหร่านด้วยตนเอง พร้อมเตือนว่าหากอิหร่านคัดเลือกผู้นำคนใหม่ที่สานต่อนโยบายของคาเมเนอี สหรัฐฯ จำเป็นต้องกลับมาทำสงครามภายในระยะเวลา 5 ปี
อนึ่ง สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ ที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้อาลี คาเมเนอี พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัว ผู้บัญชาการทหารระดับสูง และพลเรือนของอิหร่านเสียชีวิต ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายระลอก