คลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร 1 บริษัทในไทย เอี่ยวสแกมเมอร์เมียนมา
บวรวัฒน์ อีจัน
13 พฤศจิกายน 2568

ปลายปี 2568 นี้ นับเป็นช่วงเวลาที่หลายประเทศทั่วโลก เปิดฉากจริงจังล้างบางขบวนอาชญากรรมฉ้อโกงทางออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้าประกาศคว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติของเมียนมาและกัมพูชา นั้น

(12 พ.ย. 68) สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศแถลงการณ์ คว่ำบาตร กองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตย (DKBA) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในพม่า พร้อมด้วยผู้นำระดับสูงอีก 4 คน ให้การสนับสนุนศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ในพม่า ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันโดยใช้แผนการลงทุนฉ้อโกง
OFAC ยังรวมถึง บริษัท ทรานส์เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด (Trans Asia) บริษัท ทรอธ สตาร์ จำกัด (Troth Star) และนาย Chamu Sawang สัญชาติไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมจีน และได้ร่วมมือกับ DKBA และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ เพื่อพัฒนาศูนย์หลอกลวงอาชญากรรม
ด้าน จอห์น เค. เฮอร์ลีย์ ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายการก่อการร้ายและข่าวกรองทางการเงิน กล่าวว่า “เครือข่ายอาชญากรที่ปฏิบัติการนอกประเทศพม่า กำลังขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากชาวอเมริกันผู้ทำงานหนักผ่านการหลอกลวงทางออนไลน์”

“เครือข่ายเหล่านี้ ยังค้ามนุษย์และช่วยเติมเชื้อไฟให้กับสงครามกลางเมืองอันโหดร้ายในพม่า รัฐบาลจะยังคงใช้ทุกเครื่องมือที่เรามี เพื่อจัดการกับอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติการอยู่ที่ใด และเพื่อปกป้องครอบครัวชาวอเมริกันจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ”
การดำเนินการนี้ เกิดขึ้นร่วมกับ สำนักงานภาคสนามซานดิเอโกของสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตโคลัมเบีย กองอาญาของกระทรวงยุติธรรม หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ (USSS) และสำนักงานปราบปรามยาเสพติด
โดยทั้งหมดเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงการคลัง ที่ดำเนินการเพื่อปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายในพม่าที่ก่อเหตุฉ้อโกง ซึ่งเมื่อ (5 พ.ค. 68) OFAC ได้กำหนดให้ กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในพม่า เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (TCO) ร่วมกับผู้นำกลุ่ม ซอ ชิต ทู และบุตรชายสองคน คือ ซอ ทู เอ มู และ ซอ ชิต ชิต เนื่องจากมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกในการค้ามนุษย์ และการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่เป็นอันตรายต่อพลเมืองสหรัฐฯ
ทั้งนี้รายงานระบุว่า อาชญากรส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังมุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันมากขึ้นผ่านปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่า ชาวอเมริกันสูญเสียเงินอย่างน้อย 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ในปี 2567 ให้กับปฏิบัติการหลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 66 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า
ขอบคุณข้อมูล : United States Department of the Treasury