ฝรั่งเศส-เกาหลีใต้ จับมือ! ช่วยกันเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก 

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

3 เมษายน 2569

ฝรั่งเศส-เกาหลีใต้ จับมือ! ช่วยกันเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก 

เพราะสงครามตะวันออกกลาง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานโลก และส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่วทั้งโลก จนหลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลว่า เศรษฐกิจโลกอาจย่ำแย่หนักกว่านี้ หากสงครามไม่มีกำหนดยุติ ล่าสุด 2 ชาติ เดินหน้าหาทางออกร่วมกันปลดล็อกแหล่งยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” แล้ว

วันนี้ (3 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้ พร้อมด้วย เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศส กล่าวแถลงร่วมหลังประชุมสุดยอด เห็นพ้องเดินหน้าเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ที่เกิดจากสงครามตะวันออกกลาง

อี แจ-มยอง กล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกลยุทธ์เชิงนโยบาย เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงการร่วมมือกันรักษาความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ยุทธศาสตร์สำคัญในการลำเลียงพลังงานสำคัญโลก

ที่ผ่านมา เกาหลีใต้เป็น 1 ในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมาก โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ อิหร่าน ได้ปิดเส้นทางดังกล่าวเพื่อตอบโต้การโจมตีของ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ตั้งแต่ 28 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

ขณะเดียว เอมมานูเอล มาครง กล่าวว่า แนวคิดการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้น “ไม่สมจริง” หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้พันธมิตรช่วยกันดำเนินการดังกล่าว

รวมถึงภายหลังการประชุม มาครงกล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศในฐานะผู้ผลิตอาวุธรายสำคัญของโลก เตรียมยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งการฝึกร่วม การพัฒนาเทคโนโลยี และการเสริมขีดความสามารถทางทหาร เพื่อเพิ่มความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ขณะที่ฝ่ายเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า จะขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงไปยังมิติใหม่ เช่น อวกาศ และระบบป้องกันประเทศขั้นสูง

นอกจากนี้ ฝรั่งเศสและเกาหลีใต้ เตรียมลงนามข้อตกลงเบื้องต้นในหลายภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ แร่ธาตุ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีควอนตัม พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานลม โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 จาก 15,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 รวมถึงผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ ผ่านบันทึกความเข้าใจระหว่าง Korea Hydro & Nuclear Power กับบริษัท Orano และ Framatome ของฝรั่งเศส เพื่อเสริมความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง และร่วมขยายตลาดนิวเคลียร์ในระดับโลก

ขอบคุณข้อมูล : Asharq Al-Awsat