“ทรัมป์” ตกใจ “อิหร่าน” ถล่มชาติตะวันออกกลาง ลั่น ถ้าสหรัฐฯ ไม่ชุบตัวที่นั่น จะยิ่งกว่านี้
บวรวัฒน์ อีจัน
17 มีนาคม 2569

พิษ สงครามตะวันออกกลาง ยังคงพ่นต่อเนื่องสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยชาติที่เกี่ยวข้องโดยตรงทั้ง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน อยู่ในสภาวะความตึงเครียด และปิดกั้นการเข้าสู่เจรจาทั้งหมด รวมถึงเกิดการโจมตีฐานทัพกองกำลังต่าง ๆ ที่ประจำอยู่รอบประเทศอิหร่าน และเตหะรานได้โจมตีอย่างต่อเนื่อง จนตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ นั้น

วันนี้ (17 มี.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงความรู้สึกของสหรัฐอเมริกา ที่ไม่คาดคิดว่า อิหร่าน จะมีการโจมตีประเทศต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมลั่น “ตกใจ”
“พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางทั้งหมด ขีปนาวุธเหล่านั้นถูกส่งไปโจมตีประเทศเหล่านั้น พวกนั้น (อิหร่าน) โจมตีทั้งกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และคูเวต” ทรัมป์ กล่าว
“ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เราตกใจมาก คุณรู้ไหม พวกเขาตอบโต้กลับมา”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ได้ให้เหตุผลสนับสนุนการกระทำของสหรัฐฯ ระบุว่า หากสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ที่นั่น อิหร่านคงจะคุกคามประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
“ถ้าเราไม่อยู่ที่นั่น พวกเขาจะมีอำนาจมหาศาล มีขีปนาวุธหลายพันลูก ซึ่งส่วนใหญ่เราได้ทำลายไปแล้ว” ทรัมป์ กล่าว
ทั้งนี้ คำกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น ภายหลังสงครามเดือดตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกเมื่อ 28 ก.พ. ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่าน ด้วยเหตุผลการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่บรรลุผล ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี รวมถึงผู้นำทางทหารและบุคคลสำคัญของรัฐบาลอิหร่าน ต้องเสียชีวิต
ซึ่งที่ผ่านมา อิหร่าน ได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย เช่น โอมาน บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น ทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันตก
ขอบคุณข้อมูล : CNBC TV18