แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นับเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานให้กับองค์กรใหญ่ต่าง ๆ เนื่องด้วยความรวดเร็วด้านเวลา และคุณภาพงานที่ตอบโจทย์ต่อผู้สั่งงาน มากกว่าแรงงานมนุษย์ทั่วไป ล่าสุด Meta องค์กรระดับโลก เกิดการปรับโครงสร้างอีกครั้งแล้ว

(26 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า Meta องค์กรผู้ดูแลแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลก ประกาศยื่นเอกสารต่อรัฐในการเลิกจ้างพนักงาน 1,395 รายใน King County โดยมุ่งเน้นสู่การพัฒนาเทคโนโลยี AI
การเลิกจ้างครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อพนักงาน 259 คนในสำนักงาน 2 แห่งในซีแอตเติล รวมถึงพนักงาน 699 คนในสำนักงานเบลวิว และ 206 คนในสำนักงานเรดมอนด์ รวมถึงพนักงานที่ทำงานจากระยะไกลอีก 231 คนทั่วทั้งรัฐ ซึ่งตำแหน่งวิศวกร และผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้ 22 กรกฎาคม 2569 นี้ ตามประกาศการปรับตัว และการฝึกอบรมพนักงานที่ส่งไปยังกรมความมั่นคงด้านการจ้างงานของรัฐวอชิงตัน
ด้าน เทรซี่ เคลย์ตัน โฆษกของบริษัท Meta กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงที่เรากำลังดำเนินการนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละทีม และรวมถึงการเลิกจ้าง การปิดตำแหน่งงานว่าง และการโยกย้ายพนักงานหลายพันคนไปยังส่วนงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของบริษัท”
เมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา พนักงานได้รับทราบว่า 8,000 คน หรือ 10% ของพนักงานทั้งหมดของ Meta จะต้องถูกเลิกจ้าง เนื่องจากปัจจัยด้านปัญญาประดิษฐ์

ทั้งนี้ บริษัท Meta คาดการณ์ว่า ในปีนี้จะใช้เงินลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่าง 125,000 ถึง 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ Meta คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2026 ประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละด้านของตัวเลขคาดการณ์นี้
รวมถึงบริษัทอื่น ๆ เช่น ไมโครซอฟต์ ซึ่งเลิกจ้างพนักงานราว 15,000 คนเมื่อปีที่แล้ว ได้เชื่อมโยงค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนเข้ากับการเลิกจ้าง และมาตรการลดจำนวนพนักงานอื่น ๆ หลังจากใช้จ่ายไป 88,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025
ขอบคุณข้อมูล : The Seattle Times
